belanegara – สถานการณ์ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด กำลังร้อนระอุถึงขีดสุด! ไม่ใช่แค่เพราะผลงานในสนามที่ดิ่งลงเหว แต่เป็นเพราะเสียงวิจารณ์ที่หลุดออกมาจากปากของนักเตะระดับแกนหลักอย่าง ลิซานโดร มาร์ติเนซ ที่ออกมาเปิดฉากโจมตีบอร์ดบริหารแบบไม่ไว้หน้า หลังทีมพ่ายแพ้ให้กับ แอตเลติโก มาดริด 0-2 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ซึ่งถือเป็นความพ่ายแพ้นัดที่ 3 จาก 5 นัดหลังสุดของทัพ "ปีศาจแดง"
เสียงจากห้องแต่งตัว: เมื่อนักเตะทนไม่ไหว
มาร์ติเนซ กองหลังตัวแกร่งชาวอาร์เจนตินา ไม่ได้แค่แสดงความผิดหวังผ่านสีหน้าในสนาม แต่เขาเลือกที่จะฟาดตรงๆ ผ่านสื่ออย่าง Amazon Prime โดยระบุว่าทีมจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนด้านการเงินที่มากกว่านี้ในตลาดซื้อขายนักเตะ เพื่อให้สามารถต่อกรกับคู่แข่งในระดับสูงได้
"เรามีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมเมื่อปีที่แล้ว และตอนนี้เราคาดหวังอะไรที่มากกว่านี้จากบอร์ดบริหาร เราต้องการนักเตะเพิ่มเพื่อการแข่งขัน เพราะทีมอื่นๆ ต่างก็ทุ่มเงินดึงตัวผู้เล่นใหม่กันทั้งนั้น" มาร์ติเนซกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
ที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือการที่เขาพุ่งเป้าไปที่ เจสัน วิลค็อกซ์ ผู้อำนวยการฟุตบอลของสโมสร โดยมาร์ติเนซย้ำว่าเขาต้องการการลงทุนที่มากกว่านี้ "ผมต้องการการลงทุนที่มากกว่านี้แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมคาดหวังสิ่งนี้จากผู้อำนวยการเทคนิคของเรา"
วิจารณ์ยับ: เลิกโทษโค้ช แล้วหันมาดูการบริหารบ้าง!
ประเด็นที่แหลมคมที่สุดคือการที่มาร์ติเนซชี้ให้เห็นว่า การเปลี่ยนตัวผู้จัดการทีมซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ใช่ทางออกของปัญหา "คุณจะเปลี่ยนโค้ชไปเรื่อยๆ ไม่ได้นะ เปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก แล้วส่วนงานอื่นๆ ล่ะ? ผมพูดได้แค่นี้" คำพูดนี้เปรียบเสมือนการตบหน้าผู้บริหารอย่าง ตระกูลเกลเซอร์ และ เซอร์ จิม แรตคลิฟต์ ที่กำลังถูกจับตามองเรื่องนโยบายการเงินอย่างหนัก
ตัวเลขที่น่าเจ็บปวด: งบประมาณที่สวนทางกับคู่แข่ง
เมื่อกางตัวเลขดูจะเห็นชัดว่าทำไมมาร์ติเนซถึงเดือด ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แมนฯ ยูไนเต็ด ใช้เงินไปประมาณ 150 ล้านปอนด์ (ราว 3 ล้านล้านรูเปียห์) เพื่อเสริมทัพนักเตะอย่าง คาร์ลอส บาเลบา, ยูรี ตีเลมันส์ และ อันเดรย์ ซานโตส แต่เมื่อเทียบกับคู่แข่งในพรีเมียร์ลีกแล้ว ตัวเลขนี้ถือว่าน้อยจนน่าตกใจ:
- แมนเชสเตอร์ ซิตี้: ทุ่มไปถึง 450 ล้านปอนด์
- เชลซี & ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์: ใช้มากกว่า 300 ล้านปอนด์ต่อทีม
- ลิเวอร์พูล: ใช้ไปประมาณ 227 ล้านปอนด์
- แม้แต่ทีมเลื่อนชั้นอย่าง อิปสวิช ทาวน์: ยังใช้เงินสูงถึง 190 ล้านปอนด์
ความล้มเหลวในการเสริมทัพในบางตำแหน่ง เช่น แบ็กซ้าย หรือตัวสำรองของกองหน้าอย่าง เบนจามิน เซสโก้ ทำให้ทีมต้องเผชิญกับวิกฤตเมื่อตัวหลักอย่าง ลุค ชอว์ และ เซสโก้ ต้องบาดเจ็บในช่วงเวลาสำคัญ
ความกดดันที่ถาโถมใส่ ไมเคิล แครริก
ท่ามกลางพายุวิจารณ์ ไมเคิล แครริก ผู้จัดการทีม ต้องตกที่นั่งลำบาก แม้เขาจะพยายามลดอุณหภูมิของสถานการณ์โดยบอกว่าคำพูดของมาร์ติเนซเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบหลังความพ่ายแพ้ แต่สถิติในสนามไม่โกหกใคร แครริกเก็บชัยชนะได้เพียงนัดเดียวจาก 7 นัดหลังสุด ซึ่งเป็นตัวเลขที่แย่กว่ายุคของ รูเบน อโมริม และ เอริก เทน ฮาก เสียอีก
บทสรุปที่ต้องเลือก
คำถามสำคัญที่เหลืออยู่ไม่ใช่แค่เรื่องของผลการแข่งขัน แต่มันคือคำถามถึงทิศทางของสโมสรว่า ตระกูลเกลเซอร์ และ เซอร์ จิม แรตคลิฟ์ จะพร้อมทุ่มเงินเพื่อสร้างขุมกำลังที่แข็งแกร่งพอจะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ หรือจะปล่อยให้ "ปีศาจแดง" ค่อยๆ จางหายไปในวังวนของการบริหารที่ขาดการสนับสนุนทางการเงินที่เพียงพอ?
รายงานโดย: belanegara.co