belanegara – ท่ามกลางกระแสการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเปลี่ยนโลก PT Semacom Integrated Tbk หรือ SEMA กำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการขยายตัวครั้งสำคัญ จากการได้รับโอกาสเข้าร่วมในโครงการยักษ์ใหญ่อย่าง Data Center CGK5 และ CGK7 ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนทางกลยุทธ์ที่จะยกระดับธุรกิจของบริษัทไปอีกขั้น
การรุกเข้าสู่ตลาดโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การรับงานทั่วไป แต่เป็นการวางรากฐานที่แข็งแกร่งในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก โดย Fauzan Luthsa นักวิเคราะห์ตลาดทุนจาก Menteng Kleb Institute ให้ความเห็นว่า การที่ SEMA เข้ามาเป็นผู้จัดหา Power Train Unit (PTU) และ SKID ถือเป็นการเจาะเข้าสู่ส่วนประกอบที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในระบบไฟฟ้าของดาต้าเซ็นเตอร์

"ผมมองว่าสัญญาโครงการ CGK5 และ CGK7 นี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการขยายขนาดธุรกิจของบริษัท แม้ SEMA จะไม่ได้เป็นผู้ให้บริการระบบไฟฟ้าแบบครบวงจรทั้งหมด แต่การเข้ามาดูแลในส่วนของ PTU และ SKID นั้น ถือเป็นฟันเฟืองพื้นฐานที่ขาดไม่ได้ในระบบโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้" Fauzan กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
หากวิเคราะห์ตามตัวเลขคาดการณ์ หากสัญญาดังกล่าวสามารถผลักดันยอดขายให้แตะระดับ 2 ล้านล้านรูเปียห์ และบริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ไว้ที่ 10% ได้ นักวิเคราะห์ประเมินว่ากำไรสุทธิของ SEMA มีโอกาสพุ่งสูงถึง 2 แสนล้านรูเปียห์ภายในปี 2027
เมื่อนำตัวเลขกำไรดังกล่าวมาคำนวณร่วมกับค่า Price to Earnings Ratio (PER) ที่ระดับ 10 เท่า จะส่งผลให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) ของ SEMA มีโอกาสทะยานขึ้นไปแตะระดับ 2 ล้านล้านรูเปียห์ ซึ่งหากพิจารณาจากจำนวนหุ้นที่หมุนเวียนอยู่ในตลาดประมาณ 1.35 พันล้านหุ้น จะเทียบเท่ากับราคาหุ้นที่ประมาณ 1,481 รูเปียห์ หรือเกือบแตะระดับ 1,500 รูเปียห์ต่อหุ้นเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลตัวเลขและมูลค่าดังกล่าวเป็นเพียงการประเมินตามสมมติฐานของนักวิเคราะห์เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตเท่านั้น ไม่ใช่การรับประกันราคาหุ้นหรือเป้าหมายอย่างเป็นทางการจากทางบริษัทแต่อย่างใด รายงานโดย belanegara.co