belanegara – ในยุคที่ไลฟ์สไตล์และสถานะทางการเงินของผู้คนเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ความคาดหวังที่มีต่อบริการประกันภัยก็ยกระดับขึ้นตามไปด้วย ลูกค้าในปัจจุบันไม่ได้มองหาเพียงแค่กรมธรรม์ แต่พวกเขามองหาความสะดวกสบายและการตอบโจทย์ที่ตรงจุดผ่านโลกดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นการเคลมประกันผ่านสมาร์ทโฟนโดยไม่ต้องเดินทางไปที่สาขา การมีแชทบอทอัจฉริยะคอยตอบคำถามตลอด 24 ชั่วโมง หรือแม้แต่ระบบตรวจจับการทุจริตที่มีความแม่นยำสูง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่ผู้บริโภคยอมรับ
เพื่อรักษาความได้เปรียบในการแข่งขัน อุตสาหกรรมประกันภัยจึงต้องเร่งสร้างนวัตกรรมที่สร้างความแตกต่าง ตั้งแต่การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตรงใจไปจนถึงกระบวนการเคลมที่ไร้รอยต่อ (seamless) การมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาขีดความสามารถทางดิจิทัลที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางจึงเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างประสบการณ์ที่เฉพาะเจาะจงและเข้าถึงความต้องการรายบุคคลได้อย่างแท้จริง

Pradeep Grewal ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายดิจิทัลและเทคโนโลยีของ Prudential Indonesia ได้ให้ทัศนะในกรุงจาการ์ตาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า "การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลไม่ใช่แค่เรื่องของการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาใช้เท่านั้น แต่คือการใช้เทคโนโลยีเหล่านั้นมาเป็นเครื่องมือให้เราเข้าใจและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น"
สำหรับ Prudential Indonesia เทคโนโลยีเปรียบเสมือนฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยให้บริษัทสามารถวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างลึกซึ้ง การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Data-driven approach) มาปรับใช้ ช่วยให้บริษัทสามารถแบ่งกลุ่มลูกค้า (Customer Segmentation) ได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้การปฏิสัมพันธ์และการบริการสามารถปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับลักษณะเฉพาะและวิถีชีวิตของลูกค้าแต่ละรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
"การผสานพลังระหว่าง AI, ข้อมูล และการสร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคล (Personalization) ช่วยให้เราสามารถมอบบริการที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าแต่ละคนได้อย่างแท้จริง และสร้างประโยชน์ที่จับต้องได้ในชีวิตประจำวันของพวกเขา" Grewal กล่าวเสริม
ทั้งนี้ การสร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคล (Personalization) ไม่ใช่เพียงแค่การเพิ่มฟีเจอร์ดิจิทัลให้มากขึ้น แต่คือการสร้างความหมายและความผูกพันระหว่างแบรนด์กับลูกค้าผ่านบริการที่รู้ใจและตอบโจทย์ในทุกช่วงจังหวะของชีวิต รายงานโดย belanegara.co