belanegara – เตรียมระเบิดความมันส์กันได้เลย! เมื่อทัพ "สิงโตคำราม" อังกฤษ มีคิวเปิดรังเวมบลีย์รับการมาเยือนของ "ลา โรฆ่า" ทีมชาติสเปน ในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายนนี้ เวลา 02.45 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ถือเป็นการกลับมาลงสนามในระดับชาติครั้งแรกของทั้งสองทีมหลังจากผ่านศึกใหญ่ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา โดยสเปนก้าวเข้าสู่สนามในฐานะแชมป์โลก ส่วนอังกฤษมาพร้อมกับความมั่นใจหลังคว้าเหรียญทองแดงมาครองได้สำเร็จ
เกมนี้ถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญของ โธมัส ทูเคิล กุนซือคนใหม่ของอังกฤษ ที่ต้องวางหมากรับมือกับทีมที่กำลังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์มสุดขีดอย่างสเปน ภายใต้การคุมทัพของ หลุยส์ เด ลา ฟวนเต ที่ยังไม่แพ้ใครมาติดต่อกันถึง 38 นัด! ด้วยสไตล์การเล่นที่เน้นการครองบอลเหนือชั้นและการโจมตีที่รวดเร็วจากริมเส้น ซึ่งเป็นการรีแมตช์ความเดือดจากนัดชิงชนะเลิศยูโร 2024 ที่ผ่านมา
ท่ามกลางปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บของทั้งสองฝ่าย รายงานจาก belanegara.co ระบุว่ามี 3 นักเตะระดับคีย์แมนที่จะเป็นตัวตัดสินผลแพ้ชนะในค่ำคืนนี้:
จู๊ด เบลลิงแฮม: หัวใจสำคัญในแดนกลางของอังกฤษ
เบลลิงแฮมคืออาวุธหนักที่อังกฤษจะใช้ทำลายเกมครองบอลของสเปน ด้วยความสามารถในการพาบอลทะลุทะลวงและการเคลื่อนที่หาช่องว่างระหว่างไลน์ สถิติระบุว่าเขามีค่าเฉลี่ยการพาบอลไปข้างหน้า (Progressive Carries) สูงถึง 4.8 ครั้งต่อ 90 นาที รวมถึงยังมีเกมรับที่เหนียวแน่นด้วยการเข้าปะทะและตัดบอลเฉลี่ย 2.1 ครั้งต่อเกม ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการคุมจังหวะเกม
ลามีน ยามาล: เพชฌฆาตริมเส้นจากสเปน
ฝั่งสเปนต้องฝากความหวังไว้ที่ดาวรุ่งพุ่งแรงอย่าง ลามีน ยามาล ปีกตัวเก่งจากบาร์เซโลนา ที่จะลงมาป่วนเกมรับอังกฤษทางกราบขวา ยามาลมีสถิติการเลี้ยงกินตัวสำเร็จสูงถึง 5.2 ครั้งต่อ 90 นาที และมีส่วนร่วมกับการสร้างสรรค์โอกาสทำประตูอย่างต่อเนื่อง โดยซีซั่นนี้เขามีส่วนร่วมกับประตูไปแล้วถึง 14 ลูกจากการลงเล่นเพียง 8 นัดกับต้นสังกัด
แฮร์รี่ เคน: ความหวังสูงสุดในแดนหน้า
สำหรับอังกฤษ หากต้องการประตูชัย ชื่อของ แฮร์รี่ เคน คือคำตอบ กองหน้าจากบาเยิร์น มิวนิก รายนี้ไม่ได้มีดีแค่การจบสกอร์ แต่ความสามารถในการลงมาเชื่อมเกมในพื้นที่หมายเลข 10 จะช่วยเปิดพื้นที่ว่างให้เพื่อนร่วมทีมอย่าง บูคาโย ซาก้า หรือ แอนโธนี กอร์ดอน ได้เล่นง่ายขึ้น ด้วยสถิติการยิงประตูที่ไม่รวมจุดโทษเฉลี่ย 0.85 ลูกต่อ 90 นาที ประสบการณ์ในเกมระดับบิ๊กแมตช์ของเขาจะเป็นสิ่งที่อังกฤษขาดไม่ได้ในเกมนี้