belanegara – อินโดนีเซียกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานชีวภาพ (Bioenergy) เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม ด้วยการดึงศักยภาพจากทรัพยากรเหลือทิ้งมหาศาล ทั้งจากภาคเกษตรกรรม สวนป่า อุตสาหกรรม ไปจนถึงขยะในเขตเมือง มาแปรเปลี่ยนเป็นขุมทรัพย์พลังงานที่ยั่งยืน
คุณ Anita Puspita Sari รองประธานฝ่ายกลยุทธ์และการพัฒนาธุรกิจชีวมวลของ PLN EPI เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า ขณะนี้ทางบริษัทกำลังเร่งวางรากฐานเชิงกลยุทธ์เพื่อเปลี่ยนวัตถุดิบชีวมวลที่มีอยู่มากมายในประเทศ ให้กลายเป็นโซลูชันพลังงานที่จับต้องได้จริง โดยจากการสำรวจและจัดทำแผนที่ทรัพยากร พบว่าอินโดนีเซียมีศักยภาพของชีวมวลที่ยังไม่ถูกนำมาใช้ประโยชน์สูงถึง 60.6 ล้านตัน ซึ่งตัวเลขนี้จะเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจพลังงานชีวภาพในอนาคต

อย่างไรก็ตาม การจะเปลี่ยนวัตถุดิบเหล่านี้ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ปลายทางที่มีมูลค่าสูง จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ทั้งในด้านเทคนิค ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ การเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบ รวมถึงความพร้อมของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่ต้องมีความเสถียร
คุณ Anita ยังได้ขยายความเพิ่มเติมว่า การพัฒนาพลังงานชีวภาพไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การนำชีวมวลมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังสามารถยกระดับผ่านเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นได้อีกมากมาย โดย PLN EPI ได้วางโรดแมปการพัฒนาที่ครอบคลุมหลากหลายผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ชีวมวลพื้นฐาน, Biochar (ถ่านชีวภาพ), Syngas (ก๊าซสังเคราะห์), Biohydrogen (ไฮโดรเจนชีวภาพ), CBG (ก๊าซชีวภาพอัด), การจัดการขยะ, ไปจนถึง Biofuel และ Bioethanol
สำหรับในระดับการแปรรูปขั้นสูง เทคโนโลยีอย่าง Torrefaction และ Pyrolysis จะถูกนำมาใช้เพื่อผลิต Biochar ในขณะที่การทำ Gasification จะช่วยเปลี่ยนชีวมวลให้เป็น Syngas ซึ่งมีศักยภาพในการสนับสนุนโครงการลดการใช้ดีเซลในโรงไฟฟ้า นอกจากนี้ยังมีโอกาสทองในตลาด Biohydrogen เพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมปุ๋ยและตลาดส่งออก รวมถึงการใช้ CBG เป็นเชื้อเพลิงทางเลือกสำหรับการ Co-firing ร่วมกับก๊าซธรรมชาติ
การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับอินโดนีเซีย แต่ยังเป็นการเปิดประตูสู่โอกาสความร่วมมือทางธุรกิจใหม่ๆ กับภาคเอกชน เพื่อผลักดันให้ประเทศก้าวสู่ผู้นำด้านพลังงานสะอาดในระดับภูมิภาค ตามรายงานจาก belanegara.co