belanegara – ในโลกของเศรษฐกิจที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว ข้อมูลไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขที่บอกจำนวนคนเท่านั้น แต่ยังเป็นเข็มทิศสำคัญในการกำหนดอนาคตของทรัพยากรมนุษย์ ล่าสุด นายยัสเซียร์ลี (Yassierli) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานอินโดนีเซีย ได้ออกมาเปิดเผยวิสัยทัศน์ที่น่าสนใจว่า ข้อมูลสถิติของแรงงานต่างชาติ (TKA) ที่เข้ามาทำงานในประเทศ คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้รัฐบาลสามารถ "อ่านเกม" ตลาดแรงงานได้อย่างแม่นยำ
นายยัสเซียร์ลีระบุว่า การวิเคราะห์ว่าแรงงานต่างชาติส่วนใหญ่เข้าไปกระจุกตัวอยู่ในสายงานใด จะเป็นตัวบ่งชี้ที่ชัดเจนว่าทักษะความสามารถ (Skill) ประเภทไหนที่ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมกำลังโหยหา ตัวอย่างเช่น หากพบว่ามีวิศวกรกระบวนการผลิต (Process Engineer) จากต่างชาติเข้ามาเป็นจำนวนมาก นั่นย่อมเป็นสัญญาณเตือนว่าตลาดแรงงานในประเทศกำลังขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้อย่างหนัก

"หากเรามีฐานข้อมูลที่แข็งแกร่ง เราจะมองเห็นภาพทันทีว่าแรงงานต่างชาติกำลังทำหน้าที่อะไรกันอยู่ เช่น ถ้าเราพบว่าส่วนใหญ่เป็นวิศวกรกระบวนการผลิต นั่นหมายความว่าตลาดกำลังต้องการทักษะนี้อย่างเร่งด่วน" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานกล่าวในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ
นอกจากนี้ ข้อมูลดังกล่าวยังจะถูกนำไปใช้ในการจัดทำ "บัญชีรายชื่อตำแหน่งงานวิกฤต" (Critical Occupation List) เพื่อคาดการณ์ความต้องการแรงงานในอนาคต ซึ่งข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลต่อสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ในการปรับปรุงหลักสูตรและการผลิตบัณฑิตใหม่ให้มีทักษะที่ "ตรงโจทย์" กับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ไม่ต้องเสียเวลาเรียนในสิ่งที่ตลาดไม่ต้องการ
อย่างไรก็ตาม นายยัสเซียร์ลีได้เน้นย้ำว่า การตรวจสอบและกำกับดูแลการใช้แรงงานต่างชาตินั้น ไม่ควรเป็นเพียงแค่กระบวนการทางเอกสารหรือการทำตามระเบียบธุรการเท่านั้น แต่ต้องลงลึกไปถึงรายละเอียดของตำแหน่งงาน คุณสมบัติเฉพาะทาง รวมถึงการตรวจสอบว่ามีการถ่ายทอดเทคโนโลยีและทักษะ (Skill Transfer) จากแรงงานต่างชาติสู่แรงงานท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่ เพื่อให้มั่นใจว่าการเข้ามาของแรงงานต่างชาติจะเป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่สร้างประโยชน์สูงสุดให้กับคนในประเทศอย่างยั่งยืน ตามรายงานจาก belanegara.co