belanegara – แม้จะเก็บชัยชนะเป็นนัดที่ 7 ติดต่อกันได้อย่างสวยหรู แต่ดูเหมือนว่าภายใต้รอยยิ้มของชัยชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังเผชิญกับสัญญาณเตือนบางอย่างที่ เอ็นโซ มาเรสก้า กุนซือชาวอิตาลีไม่อาจมองข้ามได้ หลังจากทัพ "เดอะ บลูส์" เปิดบ้านถล่มซันเดอร์แลนด์ไปได้อย่างสุดมัน 5-3 เมื่อคืนที่ผ่านมา
เกมนี้แสดงให้เห็นถึงความเฉียบคมในเกมรุกที่ยังคงเป็นเครื่องจักรสังหารประตู แต่ในขณะเดียวกัน เกมรับกลับดูวูบวาบจนน่าตกใจ โดยเฉพาะการปล่อยให้แนวรุกอย่าง ไบรอัน บรอบบี้ สร้างความปั่นป่วนจนแผงหลังซิตี้คุมสถานการณ์ไม่อยู่ ส่งผลให้ทีมเสียไปถึง 3 ประตูในบ้าน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 18 เดือนที่พวกเขาโดนยิงถึง 3 ลูกในถิ่นตัวเอง

สถานการณ์ในสนามเริ่มตึงเครียดในช่วงกลางครึ่งหลัง เมื่อซิตี้ขึ้นนำอยู่ 4-3 แต่กลับไม่สามารถคุมจังหวะเกมได้ ทำให้มาเรสก้าที่ปกติจะนิ่งสงบในสนาม ต้องแสดงอาการหัวเสียอย่างเห็นได้ชัด ถึงขั้นต้องวิ่งลงไปในสนามเพื่อสั่งการแท็กติกด้วยตัวเอง ซึ่งถือเป็นภาพที่หาดูได้ยากนับตั้งแต่เขาเข้ามาคุมทีม
หากดูจากสถิติหลังเกม จะเห็นได้ว่าซันเดอร์แลนด์ไม่ได้มาเล่นๆ พวกเขามีค่า xG (Expected Goals) สูงถึง 4.15 ในขณะที่ซิตี้อยู่ที่ 2.72 เท่านั้น แถมซันเดอร์แลนด์ยังเป็นฝ่ายที่มีโอกาสยิงและยิงเข้ากรอบมากกว่าด้วยซ้ำ แม้สุดท้ายซิตี้จะเก็บ 3 แต้มสำคัญและรั้งจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกเหนืออาร์เซนอลต่อไป แต่มาเรสก้ากลับให้สัมภาษณ์ในเชิงที่ว่า เขาต้องการสิ่งที่เหนือกว่านี้
"ผมดีใจที่เราชนะ 7 นัดรวด แต่ถ้าเลือกได้ ผมอยากชนะแบบ 1-0 มากกว่าการชนะแบบ 5-3 แบบนี้" มาเรสก้ากล่าวอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเขาต้องการความสมดุลระหว่างเกมรุกและเกมรับที่สมบูรณ์แบบกว่านี้
หลังจากนี้ แมนฯ ซิตี้ จะมีช่วงพักเบรกทีมชาติเป็นเวลา 3 สัปดาห์ ซึ่งถือเป็นโอกาสทองที่มาเรสก้าจะใช้เวลาในการแก้ไขจุดบกพร่องและประเมินฟอร์มการเล่น ก่อนที่จะกลับมาลุยศึกหนักในโปรแกรมถัดไป ตามรายงานจาก belanegara.co