belanegara – ศึกดาร์บี้แมตช์แห่งกรุงมาดริดระอุขึ้นอีกครั้งบนสังเวียน Riyadh Air Metropolitano เมื่อ "ตราหมี" แอทเลติโก มาดริด โชว์ฟอร์มดุเปิดบ้านเอาชนะ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ไปได้อย่างสุดมันส์ 2-1 ในการแข่งขันลา ลีกา สเปน นัดล่าสุด ส่งผลให้สถานการณ์บนตารางคะแนนพลิกผัน และเป็นความปราชัยครั้งที่สองของเรอัล มาดริด ใน 7 เกมแรกของฤดูกาลนี้
รูปเกมในช่วงครึ่งแรกเป็นไปอย่างตึงเครียด ทั้งสองทีมต่างผลัดกันรุกและรับ แต่เป็นฝั่งเจ้าบ้าน แอทเลติโก มาดริด ที่เริ่มสร้างโอกาสได้จะแจ้งกว่า โดยเฉพาะจังหวะของ จูเลียโน่ ซิเมโอเน่ ที่ฉกฉวยความผิดพลาดในแนวรับของเรอัล มาดริด ได้ แต่ลูกยิงของเขายังหลุดกรอบไปอย่างน่าเสียดาย จากนั้น "ตราหมี" ยังคงเดินหน้ากดดันอย่างต่อเนื่อง ดาวิด ฮันช์โก้ และ อี คัง-อิน สองแนวรุกคนสำคัญ ก็มีโอกาสได้สับไกยิง แต่ก็ยังถูกแนวรับของ "ราชันชุดขาว" บล็อกไว้ได้ทั้งหมด

เรอัล มาดริด เองก็ไม่ได้ไร้พิษสงเสียทีเดียว และมาได้โอกาสยิงตรงกรอบครั้งแรกในนาทีที่ 40 จาก อาร์ด้า กือแลร์ ที่ลองส่องไกลจากนอกกรอบเขตโทษ แต่ก็ยังไม่ผ่านมือ ยาน โอบลัค ผู้รักษาประตูจอมหนึบของแอทเลติโก มาดริด
เริ่มครึ่งหลังมาได้เพียงสองนาที แอทเลติโก มาดริด ก็ยังคงเป็นฝ่ายที่ได้ลุ้นก่อนจาก อเล็กซ์ บาเอน่า แต่ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ก็ยังคงโชว์ซูเปอร์เซฟป้องกันไว้ได้ ทว่า จุดเปลี่ยนสำคัญของเกมก็มาถึงในนาทีที่ 49 เมื่อ ดีน ฮุยจ์เซน กองหลังดาวรุ่งของเรอัล มาดริด ไปทำฟาวล์ จูเลียโน่ ซิเมโอเน่ ล้มลงในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินไม่ลังเลที่จะชูใบแดงไล่ ดีน ฮุยจ์เซน ออกจากสนามทันที ทำให้ "ราชันชุดขาว" ต้องเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน และเป็น อเลฮานโดร กริมัลโด้ แบ็กซ้ายตัวใหม่ที่เพิ่งย้ายมาจากไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น รับหน้าที่สังหารจุดโทษเข้าไปอย่างเยือกเย็น ทำให้ "ตราหมี" ขึ้นนำ 1-0
หลังจากได้ประตูขึ้นนำ แอทเลติโก มาดริด ก็ยิ่งได้ใจและเดินหน้าบุกอย่างหนัก อี คัง-อิน ยังคงสร้างความปั่นป่วนให้แนวรับคู่แข่ง และได้ลองยิงอีกครั้ง แต่ก็ยังถูก ติโบต์ กูร์กตัวส์ ป้องกันไว้ได้อีก ความพยายามของเจ้าบ้านก็มาประสบผลสำเร็จในที่สุด เมื่อ โจนาธาน เดวิด กองหน้าทีมชาติแคนาดา พุ่งเข้าชาร์จลูกครอสอันแม่นยำของ ซิเมโอเน่ เข้าไปตุงตาข่ายอย่างเด็ดขาด ทำให้สกอร์ขยับเป็น 2-0 และเป็นประตูที่สามของ เดวิด ในสามนัดหลังสุด ตอกย้ำฟอร์มอันร้อนแรงของเขา
แม้จะตกเป็นรองถึงสองประตู "ราชันชุดขาว" ก็ยังไม่ยอมแพ้ และมีโอกาสที่จะตีไข่แตกได้จาก ยาน ดิโอมานเด้ ที่หลุดเดี่ยวเข้าไปดวลกับ ยาน โอบลัค แต่ก็ยังไม่สามารถผ่านมือนายทวารจอมหนึบไปได้ ความหวังของเรอัล มาดริด กลับมาอีกครั้งในช่วงท้ายเกม เมื่อ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ โหม่งลูกตั้งเตะที่เปิดโดย แบร์นาร์โด้ ซิลวา เข้าไปเป็นประตูไล่มาเป็น 2-1 ทว่า ประตูดังกล่าวก็มาสายเกินไป แอทเลติโก มาดริด สามารถรักษาสกอร์นำ 2-1 ไว้ได้จนกระทั่งเสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้น เป็นอันจบเกมด้วยชัยชนะของ "ตราหมี"
ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ แอทเลติโก มาดริด แซงหน้า เรอัล มาดริด ขึ้นไปมีคะแนนนำ 1 แต้ม และยังทำให้ "ราชันชุดขาว" ต้องตามหลัง บาร์เซโลน่า จ่าฝูงที่ยังคงรักษาสถิติชนะ 100% อยู่ถึง 6 คะแนน สำหรับ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือมากฝีมือของเรอัล มาดริด ความพ่ายแพ้ครั้งนี้มีความหมายพิเศษ เพราะเป็นการปราชัยในการเผชิญหน้ากันครั้งแรกกับ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ นับตั้งแต่ปี 2014 เลยทีเดียว อ้างอิงจากแหล่งข่าวของ belanegara.co