belanegara – การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกสุดสัปดาห์นี้ เตรียมเปิดฉากคู่ที่น่าจับตา เมื่อ "สิงห์บลูส์" เชลซี ยอดทีมแห่งลอนดอน จะเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ "เดอะ ไทเกอร์ส" ฮัลล์ ซิตี้ ซึ่งถือเป็นการพบกันครั้งที่ 50 ในประวัติศาสตร์ของทั้งสองสโมสร แม้สถิติเก่าจะบ่งชี้ถึงความเหนือกว่าอย่างชัดเจนของเชลซี แต่ฟอร์มการเล่นอันร้อนแรงของทีมน้องใหม่ในฤดูกาลนี้ กำลังทำให้การเผชิญหน้าครั้งนี้เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและอาจเกิดการพลิกล็อกได้ทุกเมื่อ
ฮัลล์ ซิตี้ สร้างความประหลาดใจให้กับวงการฟุตบอลอังกฤษอย่างมาก นับตั้งแต่เปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีก พวกเขายังคงรักษาฟอร์มไร้พ่ายได้อย่างน่าทึ่ง และทะยานขึ้นไปรั้งอันดับสามของตารางคะแนน สูงกว่าเชลซีหนึ่งอันดับเสียอีก "เดอะ ไทเกอร์ส" ประเดิมสนามด้วยชัยชนะอันสวยหรูเหนือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และโคเวนทรี แบบไร้สกอร์ ก่อนจะบุกไปยันเสมอแอสตัน วิลล่า 0-0 ในเกมล่าสุด แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความมุ่งมั่นที่เกินกว่าสถานะทีมน้องใหม่

ในทางตรงกันข้าม เชลซีเพิ่งจะสะดุดเสียโมเมนตัมไป หลังจากคว้าชัยเหนือฟูแล่มและไบรท์ตันมาได้ พวกเขากลับต้องพบกับความพ่ายแพ้ต่ออาร์เซนอลด้วยสกอร์ 2-1 ในการแข่งขันนัดล่าสุด ทำให้บรรยากาศก่อนเกมนี้ดูจะตึงเครียดขึ้นเล็กน้อยสำหรับทัพ "สิงห์บลูส์"
เมื่อย้อนดูประวัติศาสตร์การพบกันของทั้งสองทีมตลอด 49 ครั้งที่ผ่านมาในทุกรายการ เชลซีมีสถิติที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด โดยสามารถเก็บชัยชนะไปได้ถึง 35 ครั้ง ขณะที่ฮัลล์ ซิตี้ ทำได้เพียง 4 ครั้งเท่านั้น ส่วนอีก 10 เกมที่เหลือจบลงด้วยผลเสมอ
การพบกันครั้งแรกเกิดขึ้นที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในเดือนกันยายน ปี 1905 ซึ่งเชลซีเป็นฝ่ายถล่มเอาชนะไปได้ถึง 5-1 ในศึกดิวิชั่นสองยุคนั้น โดยจิมมี่ วินดริดจ์ ทำแฮตทริก และเดวิด โคปแลนด์ ยิงอีกสองประตู อย่างไรก็ตาม ฮัลล์ ซิตี้ ก็เคยสร้างเซอร์ไพรส์เอาคืนได้ในอีกห้าเดือนต่อมา ด้วยการเอาชนะเชลซีไป 4-3 คาบ้านของตัวเอง ซึ่งนับเป็นหนึ่งในสี่ชัยชนะอันหาได้ยากยิ่งของ "เดอะ ไทเกอร์ส" เหนือ "สิงห์บลูส์" ตลอดประวัติศาสตร์
ชัยชนะอีกสองครั้งของฮัลล์เกิดขึ้นด้วยสกอร์เฉือน 1-0 ในบ้านเมื่อเดือนธันวาคม ปี 1911 และพฤษภาคม ปี 1925 หลังจากนั้น พวกเขาต้องรอคอยอย่างยาวนานถึงเดือนตุลาคม ปี 1988 กว่าจะสามารถเอาชนะเชลซีได้อีกครั้ง ด้วยสกอร์ 3-0 ที่บูธเฟอร์รี่ พาร์ค ในเกมดิวิชั่นสอง
นับตั้งแต่ชัยชนะครั้งนั้น ฮัลล์ ซิตี้ ก็ไม่เคยเอาชนะเชลซีได้อีกเลย พวกเขาไม่ชนะ "สิงห์บลูส์" มาแล้วถึง 18 นัดติดต่อกันในทุกรายการ โดยเชลซีเป็นฝ่ายคว้าชัยไปได้ถึง 16 เกม และเสมออีก 2 เกม ความเหนือกว่านี้ยังสะท้อนให้เห็นจากสถิติการทำประตู โดยเชลซีสามารถยิงได้อย่างน้อยสองประตูใน 15 จาก 18 เกมดังกล่าว
สำหรับสถิติการพบกันในยุคพรีเมียร์ลีก ซึ่งเริ่มต้นขึ้นในฤดูกาล 1992-93 ทั้งสองสโมสรเคยดวลกันมาแล้ว 10 ครั้ง และเชลซีก็ยังคงเป็นฝ่ายที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน โดยชนะไปถึง 8 ครั้ง ด้วยผลรวมประตู 18-3
ชัยชนะครั้งล่าสุดของเชลซีเหนือฮัลล์ ซิตี้ ในพรีเมียร์ลีก เกิดขึ้นเมื่อเดือนมกราคม ปี 2017 โดยดีเอโก้ คอสต้า และแกรี่ เคฮิลล์ เป็นผู้ทำประตูช่วยให้ "สิงห์บลูส์" คว้าชัย 2-0 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในฤดูกาล 2016-17 ซึ่งเชลซีคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ในที่สุด
สามครั้งหลังสุดที่ทั้งสองทีมพบกัน เกิดขึ้นในศึกเอฟเอ คัพ และผลลัพธ์ก็ยังคงเหมือนเดิม คือเชลซีเป็นฝ่ายชนะรวด โดยหนึ่งในนั้นคือชัยชนะ 4-0 ในรอบที่สี่ที่เอ็มเคเอ็ม สเตเดี้ยม สมัยที่เชลซียังอยู่ภายใต้การคุมทีมของเลียม โรเซเนียร์
สถิติของเชลซีในเอฟเอ คัพ เมื่อพบกับฮัลล์นั้นสมบูรณ์แบบ พวกเขาชนะรวดทั้ง 8 ครั้งที่เจอกันในรายการนี้ รวมถึงสามเกมที่ต้องมีการเล่นซ้ำ (replay) เพื่อตัดสิน
การพบกันเพียงครั้งเดียวในอีเอฟแอล คัพ เกิดขึ้นเมื่อเดือนกันยายน ปี 2007 ซึ่งเชลซีบุกไปถล่มฮัลล์ถึงถิ่น 4-0 ในรอบที่สาม
แม้ว่าประวัติศาสตร์และสถิติเฮดทูเฮดจะชี้ชัดว่าเชลซีมีความได้เปรียบอย่างมหาศาล แต่สถานการณ์ในครั้งนี้กลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ฮัลล์ ซิตี้ ไม่ได้มาในฐานะทีมน้องใหม่ที่แค่พยายามเอาตัวรอดในพรีเมียร์ลีกอีกต่อไป "เดอะ ไทเกอร์ส" ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขามีเขี้ยวเล็บที่พร้อมจะขย้ำคู่ต่อสู้ ไม่ว่าจะเป็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือโคเวนทรี ที่โดนพิษสงไปแล้วตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาล การปะทะกันครั้งนี้จึงเป็นบททดสอบที่แท้จริงสำหรับเชลซี และเป็นโอกาสที่ฮัลล์ ซิตี้ จะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับสโมสร