belanegara – ความกังวลปกคลุมแอนฟิลด์อีกครั้ง เมื่อลิเวอร์พูลต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนของ โคดี้ กัคโป กองหน้าตัวเก่ง ก่อนเกมพรีเมียร์ลีกที่จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของฟูแล่มในวันเสาร์นี้ ดาวยิงชาวดัตช์ยังคงถูกตั้งข้อสงสัยว่าจะพร้อมลงสนามหรือไม่ หลังมีปัญหาบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อต้นขาด้านใน (abductor muscle) ซึ่งสร้างความปวดหัวให้กับทีมงานของกุนซืออันโดนี่ อิราโอล่าเป็นอย่างมาก
สถานการณ์ดังกล่าวไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะตัวเลือกในแนวรุกของ "หงส์แดง" ต้องได้รับการบริหารจัดการอย่างรอบคอบ แบรดลีย์ บาร์โคล่า ปีกดาวรุ่งยังไม่ฟิตเต็มร้อยที่จะลงเล่นได้ตลอด 90 นาที ขณะที่เฟเดริโก้ เคียซ่า และฮูโก้ เอกิติเก้ ยังคงพักรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูลยังคงมีกำลังใจจากผลงานอันยอดเยี่ยม ด้วยการคว้าชัยชนะสองนัดติดต่อกัน ทั้งการบุกไปเอาชนะอิปสวิช ทาวน์ 2-0 และการเปิดหัวศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกด้วยการเฉือนแอตเลติโก มาดริด 2-1 เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา

ในเกมกับแอตเลติโก มาดริด อันโดนี่ อิราโอล่า ได้ทำการปรับเปลี่ยนผู้เล่นสองตำแหน่ง โดย บาร์โคล่า ได้รับโอกาสออกสตาร์ทเป็นตัวจริงครั้งแรกนับตั้งแต่ย้ายมาจากปารีส แซงต์-แชร์กแมง ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 123 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 5.6 พันล้านบาทไทย ริโอ อึงกูโมฮา ก็ได้กลับมาอยู่ใน 11 ตัวจริงเช่นกัน ส่วนวิคเตอร์ มูนญอซ ต้องเริ่มต้นจากม้านั่งสำรอง สำหรับ กัคโป ไม่สามารถลงสนามได้เนื่องจากอาการบาดเจ็บ
หลังจบเกมที่เอาชนะ "ตราหมี" อิราโอล่า ยอมรับว่าเขายังไม่สามารถยืนยันได้ว่า กัคโป จะฟิตพอสำหรับเกมกับฟูแล่มหรือไม่ ซึ่งทำให้ลิเวอร์พูลต้องเตรียมแผนสำรองหลายรูปแบบสำหรับแนวรุก นอกจากนี้ บาร์โคล่า ก็ไม่สามารถใช้งานได้แบบไร้ข้อจำกัดเช่นกัน เขามีอาการตะคริวจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกก่อนเวลาอันควรในเกมกับแอตเลติโก แม้ว่าอิราโอล่าจะพยายามลดความกังวลเกี่ยวกับสภาพร่างกายของบาร์โคล่าและมิโลส เคอร์เคซ แต่ความฟิตของทั้งคู่ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการจัดทัพ
หาก กัคโป ยังคงต้องพัก และ บาร์โคล่า ยังไม่พร้อมเป็นตัวจริง อึงกูโมฮา และ มูนญอซ ก็มีโอกาสสูงที่จะได้รับโอกาสลงสนาม หรือแม้กระทั่งอาจได้ออกสตาร์ทพร้อมกันตั้งแต่ต้นเกม หากบาร์โคล่าถูกประเมินว่ายังไม่สามารถลงเล่นสองนัดภายในสี่วันได้
ในส่วนของแนวรับ มิโลส เคอร์เคซ ก็เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่อาจถูกโรเตชั่น แบ็กซ้ายชาวฮังการีรายนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังจากที่มาร์กอส ยอเรนเต้ หลุดจากการประกบของเขาไปทำประตูให้อัตเลติโกได้อย่างง่ายดาย เคอร์เคซต้องออกจากสนามในช่วงท้ายเกมด้วยอาการตะคริวเช่นกัน
หากอิราโอล่าตัดสินใจปรับเปลี่ยน คอสตาส ซิมิกาส ก็เป็นตัวเลือกในตำแหน่งแบ็กซ้าย ส่วนโรนัลด์ อเราโฮ่ น่าจะยังคงรักษาตำแหน่งแบ็กขวาไว้ได้ หลังจากโชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจอีกครั้ง เจเรมี่ ฟริมปง ก็พร้อมเป็นอีกทางเลือก หากอิราโอล่าต้องการปรับแนวรับเพิ่มเติม และข่าวดีคือ โจ โกเมซ มีโอกาสกลับมาเป็นตัวเลือกอีกครั้ง หลังจากกลับมาฝึกซ้อมได้ในสัปดาห์นี้ การกลับมาของโกเมซย่อมเพิ่มทางเลือกให้กับลิเวอร์พูลอย่างแน่นอน นอกจากนี้ วาตารุ เอ็นโด ก็กลับมาพร้อมลงสนามแล้ว หลังจากไม่ได้อยู่ในทีมชุดแชมเปียนส์ลีกก่อนหน้านี้
แผงมิดฟิลด์ดูเหมือนจะไม่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงมากนัก อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ และโดมินิค โซบอสไล ต่างก็ทำประตูได้ในเกมกับแอตเลติโก และยังคงแสดงให้เห็นถึงการประสานงานที่ลงตัวในตำแหน่งมิดฟิลด์คู่กลาง สถานการณ์นี้ทำให้ ไรอัน กราเฟนแบร์ค ต้องพอใจกับการเป็นตัวสำรองเสียส่วนใหญ่
อย่างไรก็ตาม กราเฟนแบร์ค ก็ยังมีโอกาสกลับมาเป็นตัวจริง แต่โอกาสนั้นน่าจะมาถึงในเกมคาราบาว คัพ ที่ลิเวอร์พูลจะพบกับท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ในวันอังคารหน้า ฟลอเรียน เวิร์ตซ์ คาดว่าจะยังคงประจำการในตำแหน่งหมายเลข 10 ส่วนเทรย์ ไนโอนี่ และเจมส์ แม็คคอนเนลล์ ยังคงเป็นตัวเลือกจากผู้เล่นดาวรุ่ง ขณะที่วาตารุ เอ็นโด ก็กลับมาพร้อมลงสนามแล้ว หลังจากไม่ได้อยู่ในทีมชุดแชมเปียนส์ลีกก่อนหน้านี้
ในแดนหน้า อเล็กซานเดอร์ อิซัค ถูกคาดการณ์ว่าจะยังคงเป็นกองหน้าตัวเป้า โดยมี ลูอิส คูมาส และ เจย์เดน แดนน์ส เป็นตัวเลือกสำรอง หลังจากเคียซ่าและเอกิติเก้ยังต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บต่อไป