belanegara – แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เตรียมสร้างความฮือฮาครั้งใหญ่ในช่วงโค้งสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้ ด้วยแผนการทุ่มเงินมหาศาลเพื่อคว้าสองดาวเด่นอย่าง เอ็นโซ เฟร์นันเดซ จากเชลซี และ อิลลิมาน เอ็นดิอาย จากเอฟเวอร์ตัน หากดีลยักษ์นี้สำเร็จ ไม่เพียงแต่จะเสริมความแข็งแกร่งให้ทัพ "เรือใบสีฟ้า" เท่านั้น แต่ยังจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อหลายสโมสรในพรีเมียร์ลีก โดยเฉพาะท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ที่อาจได้รับอานิสงส์ และเอฟเวอร์ตันที่ต้องเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ตอกย้ำถึงความเร่งรีบในการปรับปรุงขุมกำลังของแมนฯ ซิตี้ หลังจากที่ฤดูกาลนี้มีผู้เล่นย้ายออกจากทีมมากกว่าที่เข้ามา ทำให้ช่วงไม่กี่วันสุดท้ายของตลาดซื้อขายคาดว่าจะเต็มไปด้วยความวุ่นวายและเข้มข้นอย่างแน่นอน

อิลลิมาน เอ็นดิอาย คือเป้าหมายหลักของ "เรือใบสีฟ้า"
รายงานจาก belanegara.co ระบุว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้เตรียมข้อเสนอราว 80 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1.92 ล้านล้านรูเปียห์) เพื่อดึงตัว อิลลิมาน เอ็นดิอาย กองหน้าทีมชาติเซเนกัลรายนี้ การจากไปของ ซาวิโอ และ โอมาร์ มาร์มูช ทำให้เอ็นดิอายกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับแชมป์พรีเมียร์ลีก สโมสรได้มีการหารือภายในและติดต่อกับตัวแทนคนกลางแล้ว ก่อนที่จะยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการ
ตัวนักเตะเองก็แสดงท่าทีพร้อมย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ และมีข่าวว่าได้ปฏิเสธข้อเสนอต่อสัญญาจากเอฟเวอร์ตันไปหลายครั้ง แม้ก่อนหน้านี้จะมี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ลิเวอร์พูล ให้ความสนใจ แต่ตอนนี้ แมนฯ ซิตี้ กลายเป็นทีมที่จริงจังที่สุดในการคว้าลายเซ็นของเขา นอกจากนี้ ยังมีกระแสข่าวลือว่า แจ็ค กรีลิช อาจถูกรวมอยู่ในข้อเสนอแลกเปลี่ยน ซึ่งกรีลิชเคยถูกยืมตัวไปเล่นกับเอฟเวอร์ตันเมื่อฤดูกาลที่แล้วและทำผลงานได้ดี ทำให้เอฟเวอร์ตัน, ซันเดอร์แลนด์ และ แอสตัน วิลล่า ก็กำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการคว้าตัวกรีลิชเช่นกัน
สำหรับเอฟเวอร์ตัน การเสียเอ็นดิอายไปไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะสโมสรยืนยันมาตลอดว่าไม่ต้องการขายนักเตะรายนี้ แต่ข้อเสนอที่มหาศาลจากแมนฯ ซิตี้ อาจทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไป ปัญหาสำคัญคือเรื่องของเวลา หากเอ็นดิอายย้ายออกไป "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" จะต้องเร่งหาตัวแทนในช่วงท้ายของตลาดซื้อขาย ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างยิ่ง
เอ็นโซ เฟร์นันเดซ ก็อยู่ในลิสต์การเสริมทัพ
แมนฯ ซิตี้ ไม่ได้หยุดแค่เอ็นดิอาย เอ็นโซ เฟร์นันเดซ กองกลางแชมป์โลกจากเชลซี ก็เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญ เชลซีตั้งค่าตัวกองกลางทีมชาติอาร์เจนตินารายนี้ไว้ที่ประมาณ 120 ล้านปอนด์ (ราว 2.89 ล้านล้านรูเปียห์) ซึ่งหากดีลนี้สำเร็จ จะทำให้เฟร์นันเดซกลายเป็นนักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของแมนฯ ซิตี้ ทำลายสถิติเดิมที่เคยจ่ายไปให้กับ เอลเลียต แอนเดอร์สัน
ตัวเฟร์นันเดซเองก็พร้อมที่จะย้ายมาร่วมทีม "เรือใบสีฟ้า" โดยมีปัจจัยสำคัญคือ เอ็นโซ มาเรสก้า ผู้ช่วยผู้จัดการทีมแมนฯ ซิตี้ ที่เคยร่วมงานกันที่เชลซี สถานการณ์ยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อเฟร์นันเดซไม่มีชื่อในทีมเชลซีชุดทำศึกคาราบาว คัพ กับ ลูตัน ทาวน์ เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แมนฯ ซิตี้ ยังคงติดต่อกับเอเยนต์ของเฟร์นันเดซอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะมีการเจรจาโดยตรงกับเชลซีในไม่ช้า เพื่อหาข้อสรุปก่อนตลาดปิด
อย่างไรก็ตาม เชลซีมีเงื่อนไขสำคัญคือ "สิงห์บลูส์" ต้องการหาตัวแทนของเฟร์นันเดซให้ได้ก่อน หากไม่สามารถหาผู้เล่นที่เหมาะสมได้ทันเวลา เชลซีก็อาจเลือกที่จะไม่ขายเฟร์นันเดซ แม้จะมีข้อเสนอที่มหาศาลก็ตาม
ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ อาจได้รับอานิสงส์
การเคลื่อนไหวของแมนฯ ซิตี้ ในการคว้าเอ็นดิอาย ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ที่น่าสนใจต่อท็อตแนม ฮอตสเปอร์ หากแมนฯ ซิตี้ ได้เอ็นดิอายไป ก็อาจจะยุติการพิจารณา เปโดร เนโต้ จากเชลซี และ โคดี้ กัคโป จากลิเวอร์พูล ที่เป็นตัวเลือกสำรอง สถานการณ์นี้จะเปิดทางให้ "ไก่เดือยทอง" มีโอกาสคว้าตัว กัคโป มากขึ้น
ท็อตแนมกำลังเร่งเสริมแนวรุก และได้บรรลุข้อตกลงส่วนตัวกับกัคโปแล้ว นอกจากนี้ ซาวิโอ และ โอมาร์ มาร์มูช ก็ได้ย้ายมาร่วมทีมสเปอร์สแล้วเช่นกัน ลิเวอร์พูลเองก็ยังต้องการปีกอีกหนึ่งคน หลังจากคว้า แบรดลีย์ บาร์โคล่า ก่อนที่จะให้ไฟเขียวกับการย้ายออกของกัคโป ดังนั้น หากแมนฯ ซิตี้ เลือกเอ็นดิอาย กัคโปก็มีแนวโน้มที่จะย้ายไปร่วมทีมท็อตแนมสูงขึ้น การตัดสินใจซื้อขายนักเตะเพียงครั้งเดียวในเมืองแมนเชสเตอร์ จึงสามารถส่งผลกระทบต่อหลายสโมสรพร้อมกัน
บทสรุปจาก belanegara.co
เอ็นโซ เฟร์นันเดซ จะเข้ามาเติมเต็มความแข็งแกร่งในแดนกลาง ขณะที่ เอ็นดิอาย จะเพิ่มทางเลือกที่ยืดหยุ่นในแนวรุกของแมนฯ ซิตี้ แต่สิ่งที่น่าจับตามองที่สุดจากข่าวการซื้อขายครั้งนี้คือ "ผลกระทบโดมิโน่" ที่จะตามมา หาก "เรือใบสีฟ้า" คว้าเอ็นดิอายได้จริง ท็อตแนมก็จะมีโอกาสคว้าตัวกัคโปได้ง่ายขึ้น ในทางกลับกัน เอฟเวอร์ตันจะต้องเร่งหาทางออกอย่างรวดเร็วหากต้องเสียผู้เล่นคนสำคัญไป
ด้วยเวลาที่เหลือน้อยลงในตลาดซื้อขาย สโมสรต่างๆ จึงต้องเร่งดำเนินการหาตัวแทน ณ จุดนี้ การซื้อขายครั้งใหญ่เพียงครั้งเดียว อาจจุดชนวนให้เกิดการโยกย้ายนักเตะอีกหลายระลอกในสโมสรอื่นๆ ซึ่งจะทำให้ช่วงท้ายของตลาดเป็นช่วงเวลาที่แฟนบอลต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด.