belanegara – นายปูร์บายา ยูดี ซาเดวา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอินโดนีเซีย ได้ออกมาเปิดเผยถึงแผนการกระตุ้นตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าครั้งใหญ่ โดยรัฐบาลเตรียมอัดฉีดเงินอุดหนุนสูงถึง 3 ล้านรูเปียห์อินโดนีเซียต่อคัน สำหรับผู้ที่ซื้อรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อเป็นการปรับสมดุลระหว่างกำลังการผลิตภายในประเทศกับความสามารถในการดูดซับของตลาดในปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันประเทศสู่เศรษฐกิจสีเขียว
นายปูร์บายาชี้แจงว่า ปัจจุบันตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศยังคงมีการดูดซับที่ค่อนข้างต่ำ ทำให้รัฐบาลยังคงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถึงขนาดของเงินอุดหนุนที่เหมาะสมสำหรับแต่ละหน่วย เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและไม่เป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์

"ถ้าผมจำไม่ผิด เงินอุดหนุนจะอยู่ที่ 3 ล้านรูเปียห์ต่อคันครับ" นายปูร์บายากล่าวระหว่างเข้าร่วมงาน Karya Kreatif Indonesia (KKI) ณ ศูนย์ประชุม JCC Senayan เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม 2026 "แต่เราก็ยังคงต้องจับตาดูว่าตลาดจะสามารถดูดซับเงินจำนวนทั้งหมดนี้ได้หรือไม่ ผมคิดว่าคงไม่ถึงขนาดนั้น" ถ้อยแถลงนี้สะท้อนถึงความระมัดระวังของรัฐบาลในการใช้งบประมาณอย่างมีเหตุผลและรอบคอบ
กระทรวงการคลังได้จัดสรรงบประมาณมหาศาลถึง 3 ล้านล้านรูเปียห์อินโดนีเซีย เพื่อโครงการเงินอุดหนุนรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่เดือนกันยายนนี้เป็นต้นไป โดยมีเป้าหมายหลักคือการกระตุ้นยอดขายให้พุ่งสูงถึง 1 ล้านคัน หากแต่ละคันได้รับเงินอุดหนุนตามที่กำหนดไว้ที่ 3 ล้านรูเปียห์
นายปูร์บายาคาดการณ์ว่า "หากเราตั้งเป้าที่ 1 ล้านคัน โดยมีเงินอุดหนุน 3 ล้านรูเปียห์ต่อคัน งบประมาณที่ต้องใช้คือ 3 ล้านล้านรูเปียห์" พร้อมเสริมว่า "ผมคิดว่าภายในสิ้นปีนี้ กำลังการผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศน่าจะแตะระดับ 100,000 คันได้" ซึ่งนับเป็นโอกาสทองสำหรับผู้ผลิตในประเทศอย่าง Alva และ Gesits ที่จะได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนตลาดนี้ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ตามที่ belanegara.co ได้รายงานก่อนหน้านี้