belanegara – บาร์เซโลน่า ปิดฉากการแข่งขันฟุตบอล โจน กัมเปร์ โทรฟี่ ประจำปีนี้ลงอย่างสวยงาม ด้วยการเฉือนเอาชนะ อัล อาห์ลี ทีมแกร่งจากอียิปต์ไปได้ 2-1 โดยได้ประตูจาก ฮัมซ่า อับเดลคาริม และ ราฟินญ่า ในเกมที่กลับมาฟาดแข้งกัน ณ สังเวียนคัมป์นู อันเป็นบ้านของพวกเขาเองอีกครั้ง ชัยชนะครั้งนี้ยังเป็นการรักษาธรรมเนียมอันยอดเยี่ยมของทัพ "เจ้าบุญทุ่ม" ที่ไม่เคยแพ้ในรายการนี้เลยนับตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา ตอกย้ำความยิ่งใหญ่ในถ้วยปรีซีซั่นของพวกเขา
เกมเริ่มต้นขึ้นภายใต้การควบคุมของ บาร์เซโลน่า อย่างชัดเจน ทัพลูกทีมของ ฮันซี่ ฟลิค ครองบอลได้มากกว่า และพยายามสร้างสรรค์โอกาสเข้าทำ ขณะที่ อัล อาห์ลี เน้นตั้งรับและหาจังหวะสวนกลับเร็ว

ความพยายามของ "เจ้าบุญทุ่ม" มาประสบผลสำเร็จในนาทีที่ 30 เมื่อ ราฟินญ่า บรรจงจ่ายบอลทะลุช่องอย่างชาญฉลาดไปด้านหลังแบ็คขวาของ อัล อาห์ลี อเลฮานโดร บัลเด้ วิ่งตามไปเก็บได้ทัน ก่อนจะตบเข้ากลางกรอบเขตโทษ และเป็น ฮัมซ่า อับเดลคาริม กองหน้าดาวรุ่งวัย 18 ปี ที่ยืนอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม จัดการแปบอลระยะเผาขนเข้าสู่ก้นตาข่ายไปอย่างง่ายดาย ทำให้ บาร์เซโลน่า ขึ้นนำ 1-0
การฉลองประตูของ อับเดลคาริม ดูแตกต่างออกไป เขาชูมือขึ้นเป็นการแสดงความเคารพต่ออดีตสโมสร และไม่ได้แสดงความดีใจจนเกินงาม ก่อนจะยืนนิ่งและจ้องมองพื้นดินอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนหมดครึ่งแรกไม่นาน บาร์เซโลน่า ก็มาได้ลูกจุดโทษ เมื่อ ฮาดี้ เรยาด กองหลังของ อัล อาห์ลี พลาดในการควบคุมบอลในกรอบเขตโทษ ราฟินญ่า ฉวยโอกาสเข้าเล่นทันที แต่กองหลังชาวอียิปต์พยายามแย่งบอลคืนและผลักผู้เล่นชาวบราซิลรายนี้ล้มลง ผู้ตัดสินไม่รอช้า ชี้ไปที่จุดโทษทันที ราฟินญ่า รับหน้าที่สังหาร แม้ว่า มุสตาฟา อาเหม็ด โชเบียร์ ผู้รักษาประตูของ อัล อาห์ลี จะพุ่งไปถูกทาง แต่บอลก็ยังคงเล็ดลอดเข้าประตูไปได้ ทำให้ บาร์เซโลน่า จบครึ่งแรกด้วยสกอร์นำ 2-0
ครึ่งหลัง อัล อาห์ลี ไม่ยอมแพ้ พวกเขาออกมาเล่นด้วยความกล้าหาญมากขึ้น และแนวทางการเล่นที่เปลี่ยนไปก็ส่งผลทันที ในนาทีที่ 51 ซิโซ่ ฉวยโอกาสจากจังหวะสวนกลับเร็ว ยิงประตูตีไข่แตกให้ทีมไล่ตามมาเป็น 2-1
บาร์เซโลน่า ยังคงมีโอกาสที่จะทำประตูที่สามได้หลายครั้ง แต่ โชเบียร์ ผู้รักษาประตูของ อัล อาห์ลี ก็ยังคงโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ป้องกันลูกยิงของ "เจ้าบุญทุ่ม" ไว้ได้หลายจังหวะ ขณะที่ อัล อาห์ลี ก็พยายามใช้พื้นที่จากการสวนกลับ แต่แนวรับที่ยืนสูงของ บาร์เซโลน่า ก็ทำให้พวกเขาหาทางเจาะเข้าสู่ประตูได้ยาก
สุดท้ายแล้ว สกอร์ 2-1 ก็คงอยู่จนกระทั่งสิ้นเสียงนกหวีดหมดเวลาการแข่งขัน บาร์เซโลน่า จึงได้ชูถ้วย โจน กัมเปร์ โทรฟี่ ขึ้นอีกครั้ง เป็นการตอกย้ำความยิ่งใหญ่ในรายการปรีซีซั่นของพวกเขา
การแข่งขัน โจน กัมเปร์ โทรฟี่ ครั้งที่ 61 นี้ยังมีความพิเศษตรงที่ได้กลับมาเล่นที่สนามคัมป์นูอีกครั้ง หลังจากครั้งล่าสุดที่จัดขึ้นที่นี่คือในปี 2022 โดยมีคู่แข่งเป็น อัล อาห์ลี สโมสรจากอียิปต์ที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและสร้างความลำบากให้กับเจ้าบ้านได้ไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงครึ่งหลัง
สำหรับผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำการแข่งขัน (Man of the Match) ตกเป็นของ ราฟินญ่า ปีกตัวเก่งชาวบราซิล ที่นอกจากจะยิงประตูจากจุดโทษได้แล้ว ยังมีส่วนสำคัญในการสร้างสรรค์ประตูแรกของ อับเดลคาริม ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่สร้างความแตกต่างให้กับชัยชนะของ บาร์เซโลน่า อย่างแท้จริง ในทางกลับกัน ฮาดี้ เรยาด กองหลังของ อัล อาห์ลี ถูกยกให้เป็นผู้เล่นที่ทำผลงานได้แย่ที่สุด (Worst Performer) จากความผิดพลาดในการควบคุมบอลที่นำไปสู่การเสียจุดโทษ ซึ่ง ราฟินญ่า สังหารเข้าไปในที่สุด