belanegara – ใต้พื้นพิภพอันลึกล้ำ มีบางสิ่งที่เราไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่า ไม่ว่าจะเป็นชั้นหิน โครงสร้างทางธรณีวิทยา หรือแม้แต่ศักยภาพของแหล่งพลังงานที่ซ่อนเร้นอยู่ลึกใต้ดินและก้นทะเล แต่สำหรับอุตสาหกรรมพลังงาน สิ่งที่มองไม่เห็นเหล่านี้กลับต้อง ‘ถูกอ่าน’ ให้ได้ก่อนการตัดสินใจสำรวจจะเกิดขึ้น นี่คือจุดที่เทคโนโลยีของ PT Elnusa Tbk (Elnusa) บริษัทบริการด้านพลังงานแบบครบวงจรในเครือ Subholding Upstream Pertamina เข้ามามีบทบาทสำคัญในการไขปริศนาแห่งพลังงาน ตามรายงานจาก belanegara.co
ข้อมูลที่ได้จากใต้พื้นผิวไม่ใช่แค่ชุดตัวเลขหรือบันทึกคลื่น แต่เป็นรากฐานสำคัญในการสร้างภาพจำลองสภาพทางธรณีวิทยา คาดการณ์โครงสร้างใต้พื้นผิว และช่วยกำหนดขั้นตอนต่อไปในการสำรวจและวิศวกรรม Elnusa เล็งเห็นถึงความต้องการนี้ จึงมุ่งมั่นเสริมสร้างขีดความสามารถด้าน Geoscience & Reservoir Services (GRS) อย่างต่อเนื่อง ผ่าน GRS Elnusa ได้บูรณาการกระบวนการตั้งแต่การเก็บข้อมูล การประมวลผล ไปจนถึงการสร้างแบบจำลอง เพื่อสร้าง ‘ข้อมูลเชิงลึกใต้พื้นผิวที่มีความละเอียดสูง’ (high-resolution subsurface insights) ความสามารถนี้ช่วยให้ข้อมูลใต้พื้นผิวถูกแปลความหมายเป็นข้อมูลที่มีคุณค่ามากยิ่งขึ้นสำหรับการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์

Rustam Aji เลขานุการบริษัทของ Elnusa กล่าวว่า "สำหรับ Elnusa เทคโนโลยีและนวัตกรรมไม่ใช่แค่ส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ปฏิบัติการเท่านั้น แต่เป็น ‘ตัวขับเคลื่อน’ ที่สำคัญในการนำเสนอโซลูชันพลังงานที่ปรับเปลี่ยนได้และเพิ่มมูลค่า ดังนั้น เราจึงพัฒนาขีดความสามารถทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งสร้างความมั่นใจในความพร้อมของระบบนิเวศที่รองรับ ตั้งแต่ความเชี่ยวชาญ อุปกรณ์ การจัดการวัสดุ ไปจนถึงการเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ปฏิบัติการ การบูรณาการทุกด้านเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญในการส่งมอบมูลค่าเพิ่มที่แท้จริงแก่ลูกค้า"
ความท้าทายในการสำรวจพลังงานไม่ได้อยู่ที่ความสามารถในการเก็บข้อมูลเพียงอย่างเดียวเสมอไป พื้นที่ปฏิบัติการที่หลากหลายยังต้องการวิธีการเก็บข้อมูลที่สามารถปรับให้เข้ากับสภาพสนามได้ ในพื้นที่ห่างไกล เช่น การเข้าถึงที่จำกัด ทำให้ความยืดหยุ่นของเทคโนโลยีเป็นสิ่งสำคัญ ด้วยเหตุนี้ Elnusa จึงพัฒนาพอร์ตโฟลิโอที่ครอบคลุมการสำรวจคลื่นไหวสะเทือนบนบก (land seismic) และทางทะเล (marine seismic), เทคโนโลยีโหนด (nodal technology), การเจาะสำรวจคลื่นไหวสะเทือน (seismic drilling), ระบบบันทึก (recording system), Vibroseis, Ocean Bottom Nodes ไปจนถึงการสำรวจแบบไม่ใช้คลื่นไหวสะเทือน (non-seismic survey)
ขีดความสามารถเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากอุปกรณ์จำนวนมาก อาทิ ชุดสำรวจ การนำทาง และการระบุตำแหน่งมากกว่า 100 ชุด, ชุดเจาะสำรวจคลื่นไหวสะเทือนมากกว่า 250 ชุด, ระบบบันทึกและสายเคเบิลมากกว่า 25,000 ช่องสัญญาณ, Vibroseis 9 เครื่อง, เรือสำรวจคลื่นไหวสะเทือนของอินโดนีเซีย 1 ลำ, Ocean Bottom Nodes 2,000 โหนด, Onshore SmartSolo Nodes 8,000 โหนด และ Onshore Stryde Nodes 25,000 โหนด
เบื้องหลังตัวเลขเหล่านี้คือการเดินทางอันยาวนานของการพัฒนาเทคโนโลยี ตั้งแต่ปี 2548 Elnusa ได้ใช้ Sercel 428 XL ที่มีความจุ 20,000 ช่องสัญญาณ ขีดความสามารถนี้ได้รับการขยายเพิ่มเติมผ่านระบบ RT 2 Wireless Seismic System ที่มีความจุ 2,000 ช่องสัญญาณในปี 2558 พัฒนาการต่อไปเกิดขึ้นในปี 2564 เมื่อ Elnusa เพิ่ม SmartSolo 8,000 ช่องสัญญาณเพื่อสนับสนุนการสำรวจในพื้นที่ห่างไกล และในปี 2568 บริษัทจะเสริมสร้างความสามารถในการเก็บข้อมูลอีกครั้งผ่านโหนด STRYDE 25,000 ช่องสัญญาณ
การเดินทางนี้แสดงให้เห็นว่าสำหรับ Elnusa เทคโนโลยีไม่ใช่สิ่งที่หยุดนิ่งอยู่แค่การซื้ออุปกรณ์ แต่เทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามลักษณะของพื้นที่ ความต้องการของลูกค้า และความท้าทายในการสำรวจที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าการค้นพบและใช้ประโยชน์จากแหล่งพลังงานใต้พื้นผิวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนที่สุด