นายฮาซัน เฟาซี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายกำกับดูแลตลาดทุน, ตลาดตราสารอนุพันธ์ และตลาดคาร์บอนของ OJK ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของก้าวเดินนี้ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อรักษาความเป็นอิสระของตลาดหลักทรัพย์ในฐานะองค์กรกำกับดูแลตนเอง (Self-Regulatory Organization – SRO) แม้ว่าในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่การเป็นบริษัทที่มุ่งเน้นผลกำไรก็ตาม
"เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจว่า แม้หลังจากการเปลี่ยนสถานะเป็นบริษัทมหาชน ตลาดหลักทรัพย์จะมีแรงจูงใจหรือมุ่งเน้นไปที่ผลกำไรและการพัฒนาธุรกิจ แต่บทบาทและหน้าที่หลักในฐานะผู้กำกับดูแล, SRO และผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานของตลาดทุน ยังคงต้องดำเนินไปอย่างเป็นอิสระ, เป็นมืออาชีพ และเปี่ยมด้วยความซื่อสัตย์สุจริต" นายฮาซันกล่าวในระหว่างการประชุมคณะกรรมการบริหารประจำเดือนกรกฎาคม

นายฮาซันอธิบายเพิ่มเติมว่า การเปลี่ยนแปลงสถานะของตลาดหลักทรัพย์จากองค์กรที่อิงสมาชิก (Mutual) ไปสู่การเป็นบริษัทมหาชน (Demutual) จะทำให้ตลาดหลักทรัพย์มีแรงจูงใจในการแสวงหาผลกำไร (Profit Motive) มากขึ้น เนื่องจากกระบวนการนี้เปิดโอกาสให้บริษัท ตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย สามารถกลายเป็นบริษัทมหาชนที่หุ้นสามารถเป็นของสาธารณะ หรือแม้กระทั่งเป็นของบุคคลหรือนิติบุคคลที่ไม่ใช่สมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ได้
อย่างไรก็ตาม นายฮาซันย้ำว่า สถานการณ์ดังกล่าวจะต้องไม่ลดทอนความเป็นอิสระของตลาดหลักทรัพย์ในการทำหน้าที่กำกับดูแลและตรวจสอบกิจกรรมต่างๆ ในตลาดทุน การรักษาสมดุลระหว่างบทบาทผู้กำกับดูแลกับผลประโยชน์ทางธุรกิจจึงเป็นหนึ่งในหลักการสำคัญที่จะถูกกำหนดไว้ในร่างข้อบังคับ OJK ฉบับใหม่นี้
"สำหรับสาระสำคัญที่จะถูกกำหนดไว้ในร่างข้อบังคับ OJK ฉบับนี้ คือการแยกหน้าที่ระหว่างบทบาทการกำกับดูแลและบทบาทการพัฒนาธุรกิจอย่างชัดเจน" นายฮาซันกล่าวทิ้งท้าย
พลิกโฉมตลาดหุ้นอินโดฯ! OJK เตรียมแยกบทบาท ‘ผู้กำกับ’ ออกจาก ‘ผู้พัฒนาธุรกิจ’ หลังการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรม