นายอิบราฮิม อัสซูไอบี นักวิเคราะห์ตลาดเงินและสินค้าโภคภัณฑ์ ได้ให้มุมมองว่าปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อตลาดมาจากสถานการณ์ภายนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเคลื่อนไหวที่นักลงทุนทั่วโลกต่างเฝ้าจับตาในตะวันออกกลาง หลังจากอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธหลายลูกพุ่งเป้าโจมตีกองกำลังสหรัฐฯ ในภูมิภาคดังกล่าว
แม้ว่ากองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (US Central Command) จะยืนยันว่าขีปนาวุธทั้งหมดถูกสกัดกั้นไว้ได้ แต่การโจมตีครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับความตึงเครียดครั้งใหม่ หลังจากสถานการณ์สงบลงไปช่วงหนึ่ง และยังเป็นการตอกย้ำความกังวลว่าการพักรบทางการทูตที่เคยเกิดขึ้นอาจจะสิ้นสุดลงในไม่ช้า

ความตึงเครียดที่กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากตลาดเคยมีความหวังเพิ่มขึ้นว่าความพยายามทางการทูตจะมีความคืบหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการพบปะกันระหว่างนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่กรุงวอชิงตัน
ในครั้งนั้น ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กล่าวว่ามีโอกาสสูงที่การเจรจากับอิหร่านจะมีความก้าวหน้า แม้ว่าทางกรุงเตหะรานจะปฏิเสธเจตนาใดๆ ในการเจรจาหรือการหยุดยิงก็ตาม
ขณะเดียวกัน ความพยายามในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งก็ยังคงไม่คืบหน้า หลังจากอิหร่านปฏิเสธข้อเสนอของโอมานเกี่ยวกับการจัดตั้งกรอบความร่วมมือเพื่อควบคุมการจราจรทางเรือในเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์ที่สำคัญแห่งนี้