รูเปียห์ดิ่งเหว! สงครามลับอิหร่าน-สหรัฐฯ จุดชนวนวิกฤตค่าเงินโลก สะเทือนเศรษฐกิจเอเชีย?
belanegara – ค่าเงินรูเปียห์ของอินโดนีเซียปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2569 ด้วยการอ่อนค่าลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 44 จุด หรือประมาณ 0.24% แตะระดับ 18,109 รูเปียห์ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นสัญญาณที่สะท้อนถึงความผันผวนในตลาดการเงินโลก และสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนในภูมิภาค ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังปะทุขึ้นอีกครั้งในตะวันออกกลาง

นายอิบราฮิม อัสซูไอบี นักวิเคราะห์ตลาดเงินชื่อดัง ได้ให้ความเห็นว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ฉุดรั้งค่าเงินรูเปียห์มาจากสถานการณ์ภายนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความตึงเครียดที่ปะทุขึ้นอีกครั้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ทั้งสองฝ่ายได้เปิดฉากโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนอย่างหนักหน่วง โดยอิหร่านได้พุ่งเป้าโจมตีฐานที่มั่นของสหรัฐฯ ในหลายประเทศทั่วอ่าวเปอร์เซียเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา และประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญระดับโลกอีกครั้ง
นายอิบราฮิมระบุในบทวิเคราะห์ของเขาว่า "ความรุนแรงที่กลับมาปะทุขึ้นนี้ได้สร้างความคลางแคลงใจอย่างมากต่ออนาคตของข้อตกลงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านที่เพิ่งลงนามไปเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งมีเป้าหมายที่จะเปิดช่องแคบดังกล่าวอีกครั้งและยุติสงครามหลังจากเจรจาเพิ่มเติมไปอีก 60 วัน"
การโจมตีดังกล่าวถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งครั้งล่าสุดในวงจรการโจมตีและตอบโต้กันไปมา โดยอิหร่านพยายามยืนยันอำนาจควบคุมเส้นทางการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม การระดมโจมตีครั้งนี้ถือเป็นการเพิ่มความเร็วและขอบเขตของการโจมตีอย่างชัดเจน
การโจมตีของอิหร่านได้ขยายวงกว้างไปถึงกาตาร์ ซึ่งเป็นประเทศผู้ไกล่เกลี่ยในการเจรจาหยุดยิงที่ไม่เคยถูกโจมตีมาตั้งแต่เดือนเมษายน นอกจากนี้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ซึ่งไม่เคยตกเป็นเป้าหมายตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม ก็ได้รายงานว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของตนสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่านได้สำเร็จ สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องความมั่นคง แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงินทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดเกิดใหม่ที่อ่อนไหวต่อปัจจัยภายนอกอย่างอินโดนีเซีย