belanegara – การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ณ สนามฮูสตัน ได้สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนบอลทั่วโลก เมื่อ "สิงโตแอตลาส" ทีมชาติโมร็อกโก โชว์ฟอร์มได้อย่างเหนือชั้น ไล่ถล่มทีมชาติแคนาดาไปอย่างขาดลอย 3-0 ตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศได้อย่างสง่างาม
แม้เกมจะเริ่มต้นด้วยความอึดอัดในช่วง 45 นาทีแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแคนาดาเป็นฝ่ายสร้างโอกาสอันตรายได้หลายครั้ง ทั้งจาก โจนาธาน เดวิด และ ทานี โอลิวูเซยี่ ที่พยายามเจาะแนวรับโมร็อกโก และได้ลูกเตะมุมหลายครั้งในช่วงต้นเกม แต่กลับไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสเหล่านั้นให้เป็นประตูได้สำเร็จ

ในทางกลับกัน โมร็อกโกที่แม้จะครองบอลได้มากกว่า กลับประสบปัญหาในการสร้างโอกาสจะแจ้งตลอดครึ่งแรก ทำให้สกอร์ยังคงเสมอกัน 0-0 จนกระทั่งเสียงนกหวีดหมดเวลาครึ่งแรกดังขึ้น. แต่เมื่อเข้าสู่ครึ่งหลังได้เพียง 5 นาที ความอึดอัดก็ถูกปลดเปลื้อง เมื่อ อัซเซดีน อูนาฮี ซัดไกลจากนอกกรอบเขตโทษ บอลพุ่งเสียบตาข่ายชนิดที่ แม็กซิม เครโป ผู้รักษาประตูแคนาดาหมดสิทธิ์ป้องกัน โดยมี อัชราฟ ฮาคิมี่ เป็นผู้แอสซิสต์ในประตูเบิกร่องนี้. ประตูนี้เองที่จุดประกายให้เกมเปลี่ยนไป แคนาดาถูกบีบให้ต้องเปิดเกมรุกมากขึ้นเพื่อทวงประตูคืน
แม้แคนาดาจะพยายามเร่งเครื่องบุกหนักขึ้น แต่แนวรับของโมร็อกโกที่นำโดย นูสแซร์ มาซราอุย, อิสซา ดิย็อป และ อัชราฟ ฮาคิมี่ ก็ยังคงยืนหยัดอย่างมีวินัย สกัดกั้นโอกาสของ โจนาธาน เดวิด และเพื่อนร่วมทีมไว้ได้หลายต่อหลายครั้ง. และในจังหวะที่แคนาดาเปิดพื้นที่ โมร็อกโกก็ลงโทษอย่างเจ็บแสบด้วยการโต้กลับเร็ว. นาทีที่ 82 บราฮิม ดิอาซ จ่ายบอลทะลุช่องให้ อัซเซดีน อูนาฮี หลุดเข้าไปยิงประตูที่สองให้กับโมร็อกโก
บราฮิม ดิอาซ ยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างสรรค์เกม เมื่อในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ นาทีที่ 90+8 เขาก็แอสซิสต์อีกครั้งให้ ซูฟียาน ราฮิมี่ ตัวสำรองที่ลงมาแทน อิสมาเอล ซาอิบารี ที่บาดเจ็บตั้งแต่ต้นเกม (นาทีที่ 22) ยิงประตูปิดท้ายให้โมร็อกโกคว้าชัยชนะไปอย่างเด็ดขาด 3-0. ราฮิมี่ไม่เพียงแต่ทำประตูสำคัญ แต่ยังสร้างความปั่นป่วนให้กับแนวรับแคนาดาได้ตลอดครึ่งหลัง
ชัยชนะครั้งนี้ทำให้โมร็อกโกสร้างสถิติไม่แพ้ใครในฟุตบอลโลกเป็นนัดที่ห้าติดต่อกันได้อย่างน่าประทับใจ. ส่วนแคนาดา แม้จะพยายามสร้างแรงกดดันตั้งแต่ต้นเกม แต่ก็ต้องยุติเส้นทางในรอบ 16 ทีมสุดท้ายลงเพียงเท่านี้. สถิติระบุว่าแคนาดามีโอกาสยิงถึง 10 ครั้งตลอดทั้งเกม ขณะที่โมร็อกโกมีเพียง 5 ครั้งเท่านั้น แต่ประสิทธิภาพในการจบสกอร์คือความแตกต่างที่สำคัญในนัดนี้
บทวิเคราะห์จาก belanegara.co ชี้ให้เห็นว่า การครองบอลที่เหนือกว่าหรือจำนวนโอกาสที่มากกว่า ไม่ได้เป็นเครื่องการันตีชัยชนะเสมอไป. ในขณะที่แคนาดาพลาดโอกาสทองในช่วงต้นเกม โมร็อกโกกลับแสดงให้เห็นถึงความเยือกเย็นและความเฉียบคมเมื่อโอกาสมาถึง. ประสิทธิภาพในการทำประตูคืออาวุธสำคัญที่พา "สิงโตแอตลาส" ทะยานเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ ด้วยชัยชนะที่ดูเหมือนจะขาดลอยบนสกอร์บอร์ด
ติดตามข่าวสารและบทวิเคราะห์เจาะลึก รวมถึงข่าวล่าสุดได้ที่ belanegara.co.