belanegara – บริษัท จาซา มาร์กา (มหาชน) จำกัด หรือ JSMR กำลังริเริ่มการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในธุรกิจทางด่วนของอินโดนีเซีย โดยมุ่งมั่นที่จะพลิกโฉมกระบวนทัศน์จาก "โครงสร้างพื้นฐาน" (infrastructure) ไปสู่ "วัฒนธรรมโครงสร้างพื้นฐาน" (infraculture) ซึ่งให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและประสบการณ์ของผู้ใช้ทางด่วนเป็นหัวใจหลัก
นายริวาน เอ ปูร์วันโตโน ผู้อำนวยการใหญ่ของจาซา มาร์กา ได้กล่าวถึงเรื่องนี้เมื่อวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2026 ณ กรุงจาการ์ตาว่า "ผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์นี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภายในองค์กรเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อสังคมโดยรวม เพื่อให้ประชาชนได้รับประสบการณ์การเดินทางที่ดีที่สุดและน่าประทับใจยิ่งขึ้น"

ปัจจุบัน จาซา มาร์กา กำลังเร่งเสริมสร้างการเปลี่ยนแปลงบริการที่มุ่งเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ด้วยความมุ่งมั่นที่จะให้บริการจากใจจริง ผ่านกลยุทธ์การยกระดับประสบการณ์ลูกค้าให้เหนือความคาดหมาย
"ความท้าทายของเราคือการสร้างสรรค์ประสบการณ์โดยรวมที่สมบูรณ์แบบ โดยมีหัวใจหลักคือความปลอดภัยของผู้ใช้ทาง" นายริวานกล่าวเสริม
เพื่อสนับสนุนวิสัยทัศน์นี้ จาซา มาร์กา ได้พัฒนาและนำนวัตกรรมบริการที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีมาใช้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ระบบตรวจสอบรถบรรทุกที่มีขนาดและน้ำหนักเกินพิกัด (ODOL) ไปจนถึงการพัฒนาระบบควบคุมภายในที่เรียกว่า "Troops" เพื่อรับประกันคุณภาพของบริการและโครงสร้างพื้นฐานทางด่วน นอกจากนี้ยังมีศูนย์ควบคุมการปฏิบัติงาน JMTC และแอปพลิเคชัน Travoy ซึ่งเป็นระบบนิเวศบริการดิจิทัลที่ครบวงจรสำหรับผู้ใช้ทางด่วน
นายริวานยังเน้นย้ำว่า ความสามารถในการสร้างมูลค่าเพิ่ม (value creation) ในทุกๆ กิโลเมตรของการเดินทาง ก็เป็นหนึ่งในมาตรวัดความสำเร็จที่สำคัญของจาซา มาร์กา หนึ่งในความพยายามคือการปรับปรุงพื้นที่พักรถ (rest area) ให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยว ไม่ใช่แค่เพียงจุดแวะพักธรรมดาอีกต่อไป
"ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมบริการต่างๆ ที่เราพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จาซา มาร์กา สามารถตอบสนองความคาดหวังที่เปลี่ยนแปลงและเพิ่มสูงขึ้นของสังคมได้เป็นอย่างดี จิตวิญญาณแห่งการบริการจากใจจริงไม่ใช่แค่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งจำเป็นและหน้าที่ของ ‘Roadster’ (พนักงาน) ทุกคนของจาซา มาร์กา ในการส่งมอบผลงานที่ดีที่สุดแก่ยานพาหนะกว่า 3.5 ล้านคันที่เราให้บริการในแต่ละวัน" นายริวานกล่าวทิ้งท้าย