รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร นายอันดี อัมรัน ซูไลมาน กล่าวว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นคือความสำเร็จของรัฐบาลในการรับรองว่าเกษตรกรยังคงเข้าถึงปุ๋ยอุดหนุนได้อย่างทั่วถึงและในราคาที่เหมาะสม "ในขณะที่เกษตรกรในหลายประเทศเผชิญกับปัญหาปุ๋ยหายากและราคาแพง รัฐบาลอินโดนีเซียกลับลดราคาขายปลีกสูงสุด (HET) ของปุ๋ยอุดหนุนลงถึง 20% และทำให้เกษตรกรเข้าถึงได้ง่าย นี่คือหนึ่งในกุญแจสำคัญที่ทำให้ผลผลิตอาหารของอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง" นายอัมรันกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 ณ กรุงจาการ์ตา
นายอัมรันเน้นย้ำว่า การให้ความสำคัญกับเกษตรกรเป็นรากฐานสำคัญในการรักษาผลผลิตอาหารของชาติท่ามกลางความท้าทายระดับโลก รายงาน Food Outlook ของ FAO ฉบับเดือนมิถุนายน 2569 ตอกย้ำความเชื่อมั่นนี้ โดยระบุว่าอินโดนีเซียเป็นผู้ผลิตข้าวรายใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอยู่ในอันดับสี่ของโลก FAO คาดการณ์ว่าผลผลิตข้าวของอินโดนีเซียจะอยู่ที่ประมาณ 38.6 ล้านตัน ในขณะเดียวกัน ผลผลิตข้าวทั่วโลกคาดว่าจะลดลงประมาณ 1.6% เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการหยุดชะงักของอุปทานในประเทศผู้ผลิตหลักบางแห่ง

สถานการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า อินโดนีเซียสามารถรักษาผลผลิตไว้ได้เมื่อหลายประเทศกำลังเผชิญกับแรงกดดันจากสภาพอากาศที่รุนแรงและต้นทุนปัจจัยการผลิตทางการเกษตรที่สูงขึ้น ในขณะเดียวกัน อธิบดีกรมโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกทางการเกษตร นายอันดี นูร์ อลัม ซยาห์ ยืนยันว่าสต็อกปุ๋ยอุดหนุนยังเพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกรจนถึงฤดูเพาะปลูกถัดไป "ณ วันที่ 25 มิถุนายน 2569 การจัดส่งปุ๋ยอุดหนุนได้ดำเนินการไปแล้ว 54.28% จากยอดจัดสรรทั่วประเทศ 9.55 ล้านตัน ซึ่งหมายความว่ายังมีปุ๋ยอุดหนุนเหลืออยู่ประมาณ 45.72% หรือประมาณ 5.1 ล้านตัน พร้อมให้เกษตรกรทั่วอินโดนีเซียนำไปใช้ประโยชน์ รัฐบาลยังคงเดินหน้าเพื่อให้แน่ใจว่าการกระจายปุ๋ยเป็นไปอย่างราบรื่น เพื่อให้ปุ๋ยพร้อมใช้งานตรงเวลา ตรงปริมาณ และตรงตามเป้าหมาย" นายอันดี นูร์ อลัม ซยาห์ กล่าวเสริม