belanegara – การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก ณ สนามเอสตาดิโอ กัวดาลาฮารา จบลงด้วยชัยชนะอันหวุดหวิดของ "กระทิงดุ" ทีมชาติสเปน ที่เฉือนเอาชนะอุรุกวัยไปได้ 1-0 ประตู จากการทำประตูของ อเล็กซ์ บาเอน่า ในครึ่งแรก ซึ่งเพียงพอให้ทัพ "ลา โรฆา" คว้าสามแต้มสำคัญ และส่งผลให้อุรุกวัยต้องยุติเส้นทางในทัวร์นาเมนต์นี้ไปอย่างน่าเสียดาย โดยมีเหตุการณ์ใบแดงในช่วงท้ายเกมเพิ่มดีกรีความดราม่าเข้าไปอีก
ตั้งแต่เสียงนกหวีดเริ่มเกม สเปนเป็นฝ่ายครองบอลและเดินหน้าบุกอย่างต่อเนื่อง ลามีน ยามาล และ เปา คูบาร์ซี่ มีโอกาสลองส่องประตูแต่ยังไม่ตรงกรอบ จนกระทั่งนาทีที่ 42 ความพยายามของพวกเขาก็เป็นผล มาร์กอส ยอเรนเต้ เปิดบอลให้ อเล็กซ์ บาเอน่า ซัดเข้าไปตุงตาข่าย เป็นประตูขึ้นนำ 1-0 ซึ่งถือเป็นประตูแรกของบาเอน่าในฟุตบอลโลก 2026 และเป็นแอสซิสต์แรกของยอเรนเต้ในรายการนี้เช่นกัน ด้านอุรุกวัยพยายามตอบโต้ผ่าน ดาร์วิน นูนเญซ, โรดริโก้ เบนตานกูร์ และ อกุสติน คาโนบิโอ แต่ยังไม่มีจังหวะจบสกอร์ที่อันตรายพอจะท้าทาย อูไน ซิมอน ก่อนหมดครึ่งแรก

ครึ่งหลัง อุรุกวัยแก้เกมด้วยการเปลี่ยนตัวผู้เล่นหลายคน ทั้ง เซร์คิโอ โรเช็ต ที่ลงมาแทน เฟร์นันโด มุสเลร่า รวมถึง เฟเดริโก้ บิญาส และ ไบรอัน โรดริเกซ ที่ถูกส่งลงมาเพิ่มมิติในเกมรุก แม้จะพยายามบุกมากขึ้น แต่สเปนก็ยังคงรักษารูปแบบการครองบอลและควบคุมจังหวะเกมไว้ได้อย่างเหนียวแน่น โดยมีการส่ง ดานี่ โอลโม่, ฟาเบียน รุยซ์, นิโก้ วิลเลียมส์ และ เฟร์รัน ตอร์เรส ลงมาเสริมความสดและคงความเข้มข้นของเกม
โอกาสที่ดีที่สุดของอุรุกวัยมาถึงในนาทีที่ 85 จากลูกยิงของ นิโกลัส เด ลา ครูซ แต่ อูไน ซิมอน ยังคงโชว์ฟอร์มหนึบ ป้องกันไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม รักษาคลีนชีทและสกอร์นำของทีมไว้ได้ ขณะที่ เฟร์รัน ตอร์เรส ก็มีโอกาสทองที่จะบวกประตูเพิ่มให้สเปนในอีกไม่กี่นาทีต่อมา แต่ก็พลาดไปอย่างน่าเสียดาย
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บเกิดเหตุการณ์ดราม่าขึ้น เมื่อ อกุสติน คาโนบิโอ กองกลางอุรุกวัย ไปทำฟาวล์ใส่ เปา คูบาร์ซี่ อย่างรุนแรง ทำให้ผู้ตัดสินควักใบแดงไล่ออกจากสนามในนาทีที่ 90+5 ส่งผลให้อุรุกวัยต้องเล่นด้วยผู้เล่น 10 คนในช่วงเวลาที่เหลือ ไม่นานหลังจากนั้น เสียงนกหวีดสุดท้ายก็ดังขึ้น เป็นอันว่าสเปนคว้าชัยชนะไปได้ด้วยสกอร์ 1-0 จากประตูโทนของ อเล็กซ์ บาเอน่า
แม้สเปนจะทำได้เพียงประตูเดียว แต่รูปเกมโดยรวมแสดงให้เห็นถึงการควบคุมที่เหนือกว่าอุรุกวัยอย่างชัดเจน การครองบอลที่โดดเด่น ผนวกกับการจัดระเบียบเกมรับที่แข็งแกร่ง ทำให้ทัพ "จอมโหด" แทบไม่มีโอกาสจะแจ้งในการเข้าทำตลอดทั้งเกม จากมุมมองทางยุทธวิธี ชัยชนะของ "ลา โรฆา" ถือว่าสมเหตุสมผล เพราะพวกเขาสามารถรักษาจังหวะการเล่น และไม่เปิดพื้นที่ให้อุรุกวัยได้สร้างสรรค์เกมตามที่ต้องการ ซึ่งนั่นหมายถึงการยุติความหวังของอุรุกวัยในการไปต่อในฟุตบอลโลกครั้งนี้อย่างเป็นทางการ