belanegara – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปุรบายา ยูดี ซาเดวา ได้ออกมาปฏิเสธอย่างหนักแน่นต่อกระแสข่าวที่ระบุว่ารัฐบาลจงใจหน่วงเหนี่ยวหรือทำให้การเบิกจ่ายเงินคืนภาษีซึ่งเป็นสิทธิของผู้เสียภาษีเป็นเรื่องยุ่งยากและล่าช้า โดยยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด
รมว.คลังปุรบายาเน้นย้ำว่า ปริมาณงบประมาณสำหรับการคืนภาษีที่รัฐบาลได้จัดสรรและเบิกจ่ายไปแล้วในช่วงเวลาเดียวกันของปีนี้ กลับพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา "จริงๆ แล้วมันไม่เป็นความจริงเลย (ที่ว่ามีการหน่วงเงินคืนภาษี) เพราะเงินคืนภาษีที่เราได้เบิกจ่ายไปแล้วตอนนี้สูงกว่าปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกันเสียอีก ผู้เสียภาษีควรจะได้รับเงินคืนมากขึ้นด้วยซ้ำไป" รมว.คลังปุรบายากล่าวในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ณ สำนักงานของเขาเมื่อวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2569

ปุรบายาอธิบายเพิ่มเติมว่า เพียงแค่สี่เดือนแรกของปีนี้ ยอดการเบิกจ่ายเงินคืนภาษีก็แตะระดับ 160 ล้านล้านรูเปียห์แล้ว ซึ่งตัวเลขนี้เทียบเท่ากับยอดรวมการเบิกจ่ายเงินคืนภาษีตลอดเก้าเดือนเต็มของปีที่แล้ว หากคำนวณตามแนวโน้มเฉลี่ยแล้ว คาดการณ์ว่ายอดรวมเงินคืนภาษีในปีนี้จะสามารถทะลุ 500 ล้านล้านรูเปียห์ได้ ซึ่งสูงกว่ายอดรวมตลอดทั้งปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 360 ล้านล้านรูเปียห์อย่างมาก ด้วยการหลั่งไหลของเงินทุนจำนวนมหาศาลเช่นนี้ กระทรวงการคลังมองว่า โดยตรรกะแล้วไม่ควรจะมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับระบบราชการจากภายนอกเลย เว้นแต่จะมีการบิดเบือนหรือการกระทำที่ไม่โปร่งใสจากภายในองค์กรเอง
"สี่เดือนแรกเราเบิกจ่ายไปแล้ว 160 ล้านล้านรูเปียห์ เมื่อปีที่แล้ว เก้าเดือนถึงจะ 160 ล้านล้านรูเปียห์ ถ้าคูณตามสัดส่วนแล้ว ปีนี้จะถึง 500 ล้านล้านรูเปียห์เลยทีเดียว ปีที่แล้วทั้งปีเบิกจ่ายไป 360 ล้านล้านรูเปียห์ ด้วยตัวเลขขนาดนี้ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีข้อร้องเรียน แสดงว่าเจ้าหน้าที่สรรพากรเองนั่นแหละที่เล่นเกม" ปุรบายากล่าวอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่ลังเลที่จะพาดพิงถึงความเป็นไปได้ของการทุจริตภายใน
รมว.คลังปุรบายาตั้งข้อสงสัยว่า อาจมีกลยุทธ์เชิงโครงสร้างจากเจ้าหน้าที่สรรพากรบางรายที่จงใจถ่วงกระบวนการบริหารจัดการของผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อสร้างภาพลักษณ์เสมือนว่ารัฐบาลกำลังประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน ซึ่งเป็นเรื่องที่ belanegara.co จะติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไปเพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรมต่อผู้เสียภาษีทุกคน