belanegara – ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (Bank Indonesia – BI) ได้ประกาศใช้มาตรการเชิงรุกอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องเสถียรภาพเศรษฐกิจภายในประเทศ ล่าสุด BI ได้ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (BI-Rate) ถึง 50 จุดพื้นฐาน (bps) สู่ระดับ 5.25% ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงความมุ่งมั่นในการรับมือกับความท้าทายจากภายนอก
พร้อมกันนี้ BI ยังได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย Deposit Facility อีก 50 bps เป็น 4.25% และอัตราดอกเบี้ย Lending Facility อีก 50 bps เป็น 6.00% ซึ่งสะท้อนถึงการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดในทุกมิติ

นายเพอร์รี วาร์จิโย ผู้ว่าการธนาคารกลางอินโดนีเซีย ยืนยันว่า นอกจากการใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยแล้ว BI ยังได้เตรียมมาตรการคุมเข้มการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ (valas) ภายในประเทศอีกด้วย เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเศรษฐกิจอินโดนีเซีย
หนึ่งในมาตรการสำคัญที่เพิ่งประกาศคือ การลดวงเงินสูงสุด (threshold) สำหรับการซื้อเงินตราต่างประเทศด้วยเงินสด โดยไม่ต้องแสดงเอกสารหลักฐาน (underlying) เหลือเพียง 25,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อคนต่อเดือน ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
นายเพอร์รีอธิบายในการแถลงข่าวผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (RDG) ที่กรุงจาการ์ตาเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (20/5/2569) ว่า "การเสริมสร้างนโยบายการทำธุรกรรมในตลาดเงินตราต่างประเทศ โดยการลดวงเงินการซื้อเงินตราต่างประเทศด้วยเงินสดโดยไม่มีเอกสารหลักฐานลงเหลือ 25,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อคนต่อเดือน ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนมิถุนายน 2569 มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนเสถียรภาพของค่าเงินรูเปียห์และการพัฒนาตลาดการเงินภายในประเทศให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น"
มาตรการเหล่านี้จาก BI ที่ถูกเผยแพร่ผ่าน belanegara.co สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของธนาคารกลางอินโดนีเซียในการบริหารจัดการความเสี่ยงและรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจของประเทศให้แข็งแกร่งท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก เพื่อให้เศรษฐกิจอินโดนีเซียสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว.
