belanegara – รัฐมนตรีคลังอินโดนีเซีย นายปุรบายา ยูดี ซาเดวา ได้ออกมาประเมินสถานการณ์ค่าเงินรูเปียห์ โดยยืนยันว่ายังคงอยู่ในระดับที่สมเหตุสมผลและยังไม่เข้าสู่ภาวะวิกฤต แม้ปัจจุบันค่าเงินรูเปียห์จะอยู่ที่ 17,700 รูเปียห์ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ก็ตาม การประเมินนี้ตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นของรัฐบาลในการบริหารจัดการเสถียรภาพทางเศรษฐกิจท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลก
ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงยังคงพึ่งพากลไกการบริหารจัดการเงินสด (cash management) ของงบประมาณแผ่นดิน (APBN) เพื่อควบคุมความเชื่อมั่นของตลาดตราสารหนี้ โดยยังไม่จำเป็นต้องใช้กำลังสำรองทางการคลังทั้งหมด นายปุรบายาอธิบายเพิ่มเติมว่า แผนงาน Bond Stabilization Fund (BSF) ที่ครอบคลุมและต้องประสานงานกับหน่วยงานบริการสาธารณะ (BLU) รวมถึงบริษัทภายใต้กระทรวงการคลัง จะถูกนำมาใช้ก็ต่อเมื่อสถานการณ์ในตลาดทุนถูกพิจารณาว่าเข้าขั้นวิกฤตอย่างแท้จริงเท่านั้น

“นี่เป็นเพียงการบริหารจัดการเงินสดเท่านั้น หากเป็นกรอบการทำงานที่ใหญ่ขึ้น ผมจะเรียก SMV (special mission vehicle/BLU) และหน่วยงานอื่นๆ เข้ามาร่วมด้วย แต่ตอนนี้สถานการณ์ยังไม่เลวร้ายถึงขนาดนั้น ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างดี” นายปุรบายากล่าวหลังการประชุม debottlenecking ที่กรุงจาการ์ตา เมื่อวันอังคารที่ 19 พฤษภาคม 2026
เพื่อยืนยันว่าตลาดอยู่ในภาวะที่เอื้ออำนวย นายปุรบายาได้เปิดเผยข้อมูลการเข้าแทรกแซงของรัฐบาลที่น่าสนใจ จากงบประมาณรายวันที่ตั้งไว้สูงถึง 2 ล้านล้านรูเปียห์ เพื่อดูดซับพันธบัตรรัฐบาล (SBN) ในตลาดรอง ยอดเงินที่ถูกดูดซับไปจริงเมื่อวันก่อนหน้ากลับอยู่ที่เพียง 600,000 ล้านรูเปียห์เท่านั้น ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้มาก
ตัวเลขการซื้อคืนที่ต่ำนี้บ่งชี้ว่าคลื่นของการเทขายโดยนักลงทุนทั่วโลกไม่ได้รุนแรงเท่าที่สาธารณชนกังวล หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ แรงกดดันในการขายสินทรัพย์ของอินโดนีเซียยังอยู่ในระดับที่สามารถจัดการได้ “เมื่อวานนี้ ผมตั้งเป้าไว้ 2 ล้านล้านรูเปียห์ แต่ได้มาเพียง 600,000 ล้านรูเปียห์ นั่นหมายความว่าจริงๆ แล้วมีผู้ขายน้อยมาก เราจึงมั่นใจว่าราคาพันธบัตรยังคงอยู่ภายใต้การควบคุม” นายปุรบายาสรุปผ่าน belanegara.co ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกถึงเสถียรภาพของตลาดการเงินในประเทศ
