belanegara – สโมสรโคโม่ ภายใต้การคุมทีมของตำนานลูกหนังอย่าง เชส ฟาเบรกาส ยังคงสร้างปรากฏการณ์น่าทึ่งในศึกเซเรีย อา ฤดูกาลนี้อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด พวกเขาสามารถคว้าชัยชนะสำคัญเหนือ ปาร์ม่า ไปได้ 1-0 ที่สนามสตาดิโอ ซินิกาเกลีย จุดประกายความหวังในการไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ให้กลับมาลุกโชนอีกครั้ง
ตั้งแต่เริ่มเกม เจ้าบ้านโคโม่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและครองเกมได้อย่างเหนือกว่า แทบไม่เปิดโอกาสให้ปาร์ม่าได้ตั้งเกมบุกเลยแม้แต่น้อย พวกเขาพยายามกดดันคู่แข่งด้วยการโจมตีที่รวดเร็วและการเล่นลูกตั้งเตะหลายครั้ง ขณะที่ปาร์ม่าเน้นตั้งรับและรอจังหวะสวนกลับเป็นหลัก โอกาสทองครั้งแรกของครึ่งแรกมาจาก อนาสตาซิออส ดูวิกาส กองหน้าทีมชาติกรีซ ที่ซัดบอลไปชนคานอย่างจังก่อนหมดเวลาครึ่งแรกเพียงไม่กี่นาที

แรงกดดันจากโคโม่ยังคงไม่ลดละเมื่อเข้าสู่ครึ่งหลัง อัสซาเน่ เดียโอ ฉกบอลได้ในพื้นที่อันตรายและพาบอลเข้าเขตโทษ แต่การยิงของเขายังเบาเกินไป ทำให้ ซูซูกิ นายทวารปาร์ม่ารับไว้ได้สบาย บอลที่กระดอนออกมาก็ยังถูก ดูวิกาส ตามซ้ำไม่ได้ไม่กี่นาทีต่อมา โคโม่ต้องผิดหวังอีกครั้งเมื่อลูกยิงฟรีคิกของ มาร์ติน บาตูรินา พุ่งชนเสาอย่างจัง แต่บอลยังคงอยู่ในพื้นที่อันตราย และสุดท้าย อัลแบร์โต้ โมเรโน่ ก็จัดการซัดลูกยิงโค้งเสียบเสาไกลเข้าไปอย่างสวยงาม เป็นประตูชัยให้โคโม่ขึ้นนำ 1-0
ปาร์ม่าเกือบได้ประตูตีเสมอจากลูกตั้งเตะของ มาเตโอ เปเญกรีโน่ แต่ผู้ตัดสินก็ยกเลิกประตูไปเนื่องจากเป็นลูกล้ำหน้า หลังจากการนำ ฟาเบรกาสตัดสินใจส่ง อัลบาโร่ โมราต้า ลงสนามเพื่อรักษาความเข้มข้นในการโจมตีของโคโม่ กองหน้าชาวสเปนรายนี้มีโอกาสทองที่จะทำประตูแรกของเขาในเซเรีย อา ฤดูกาลนี้ แต่กลับไม่สามารถเอาชนะ ซูซูกิ ได้ แม้จะหลุดเดี่ยวเข้าไปดวลตัวต่อตัวแล้วก็ตาม
แม้จะเป็นชัยชนะที่เฉียดฉิว แต่สามแต้มอันล้ำค่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้โคโม่ยังคงหายใจรดต้นคอในการแย่งชิงตั๋วไปยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก พวกเขาขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ห้าของตารางคะแนน และมีสถิติเฮดทูเฮดที่ดีกว่ายูเวนตุส โดยมีคะแนนห่างจากโซนสี่อันดับแรกเพียงแค่สองแต้มเท่านั้น ความฝันอันยิ่งใหญ่ของโคโม่และฟาเบรกาสยังคงดำเนินต่อไป และแฟนบอลทั่วโลกต่างจับตาดูว่าพวกเขาจะสามารถสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในเซเรีย อา ได้สำเร็จหรือไม่.

