belanegara – การอ่อนค่าของเงินรูเปียห์อินโดนีเซียได้สร้างความตกตะลึงในตลาดการเงินเมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยค่าเงินได้ดิ่งลงอย่างรวดเร็วจนแตะระดับ 17,600 รูเปียห์ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ แม้จะปิดตลาดที่ 17,596 รูเปียห์ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งยังคงเป็นระดับที่น่ากังวลอย่างยิ่ง สถานการณ์นี้ได้จุดชนวนความวิตกกังวลอย่างกว้างขวางในหมู่ภาคธุรกิจและผู้ประกอบการ เนื่องจากผลกระทบที่รุนแรงกำลังแผ่ขยายไปสู่อุตสาหกรรมหลายภาคส่วนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
จากข้อมูลของสมาคมผู้ประกอบการอินโดนีเซีย (APINDO) ได้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความเปราะบางและได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการอ่อนค่าของเงินรูเปียห์คือภาคส่วนที่พึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบและส่วนประกอบจากต่างประเทศในระดับสูงเป็นหลัก ซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมสำคัญอย่างปิโตรเคมี พลาสติก อาหารและเครื่องดื่ม ยา ตลอดจนภาคการผลิตที่ใช้พลังงานเป็นฐานการผลิต

คุณชินทา ดับเบิลยู กัมดานี ประธานสภา APINDO ได้ออกมาแสดงความกังวล โดยกล่าวว่าราคาแนฟทา ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตอุตสาหกรรมพลาสติก ได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ราคาเรซินพุ่งขึ้นถึงหลายสิบเปอร์เซ็นต์ สถานการณ์เช่นนี้ได้ก่อให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ รวมถึงภาคส่วนปลายน้ำอื่น ๆ ที่ต้องพึ่งพาผลิตภัณฑ์พลาสติกเป็นส่วนประกอบสำคัญ ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับขึ้นราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชนในที่สุด.
