แม้จะเปิดตลาดที่ระดับ 7,128.47 จุด และพยายามปรับตัวขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 7,151.51 จุด แต่ดัชนีก็ไม่สามารถต้านทานแรงเทขายที่ถาโถมเข้ามาได้ ส่งผลให้ IHSG ดิ่งลงไปแตะระดับต่ำสุดที่ 7,032.98 จุด ก่อนจะฟื้นตัวขึ้นมาได้เล็กน้อยในช่วงท้ายของการซื้อขายภาคเช้า สะท้อนถึงความผันผวนและภาวะไม่แน่นอนที่นักลงทุนเผชิญ
เมื่อพิจารณาในภาพรวมรายกลุ่มอุตสาหกรรม พบว่าหุ้นส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในแดนลบ โดยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือ กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ (Primer) ซึ่งปรับลดลงถึง 1.19% ตามมาด้วย กลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastruktur) ที่อ่อนตัวลง 0.72% และ กลุ่มการเงิน (Keuangan) ลดลง 0.59% นอกจากนี้ กลุ่มอื่นๆ เช่น การขนส่ง, สินค้าไม่จำเป็น, สุขภาพ และเทคโนโลยี ก็ประสบกับการปรับตัวลดลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ยังมีแสงสว่างในอุโมงค์จาก กลุ่มพลังงาน (Energi) ที่ปรับเพิ่มขึ้น 0.71% และ กลุ่มอุตสาหกรรม (Perindustrian) ที่แข็งแกร่งขึ้น 0.97% ซึ่งช่วยพยุงไม่ให้ดัชนีร่วงลงไปมากกว่านี้

กิจกรรมการซื้อขายในตลาดสะท้อนถึงแรงเทขายที่ค่อนข้างรุนแรง โดยมีจำนวนหุ้นที่ปรับตัวลดลงมากถึง 362 หลักทรัพย์ เทียบกับหุ้นที่ปรับเพิ่มขึ้น 323 หลักทรัพย์ และมีหุ้นที่ทรงตัว 274 หลักทรัพย์ มูลค่าการซื้อขายรวมอยู่ที่ประมาณ 8.58 ล้านล้านรูเปียห์ ด้วยปริมาณการซื้อขาย 16.22 พันล้านหุ้น และจำนวนครั้งของการซื้อขายสูงถึง 1.25 ล้านครั้ง ขณะที่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) อยู่ที่ประมาณ 12,684 ล้านล้านรูเปียห์
ในส่วนของหุ้นที่สร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุนมากที่สุด หรือ Top Losers นั้น นำโดยหุ้น JAWA ที่ร่วงลงถึง 14.56% ตามมาด้วย XILV ที่ปรับลดลง 14.49%, XIML (-11.27%), BNGA (-8.60%) และ PKPK (-8.47%) ซึ่งล้วนเป็นสัญญาณที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิดถึงทิศทางตลาดในระยะถัดไป
