เปิดเบื้องลึกคดีฉาว 2.8 หมื่นล้าน! รองประธานสภาฯ อินโดฯ เรียกผู้บริหาร BNI และโบสถ์ดัง เจรจาคืนเงินศรัทธาสำเร็จ!
belanegara – กรุงจาการ์ตา – นายซุฟมี ดัสโก อะหมัด รองประธานสภาผู้แทนราษฎรอินโดนีเซีย ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสำคัญร่วมกับนายปุตรามา วาห์ยู เซตยาวัน ประธานกรรมการบริหารธนาคาร BNI และซิสเตอร์นาตาเลีย สิตูโมรัง เหรัญญิกขององค์กรเครดิตยูเนี่ยน (CU) สังกัดโบสถ์ปารอกี แอค นาบารา จังหวัดสุมาตราเหนือ การหารือครั้งนี้มีขึ้นเพื่อหาทางออกและยุติกรณีการยักยอกเงินศรัทธาของศาสนิกชน ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 2.8 หมื่นล้านรูเปียห์ (ประมาณ 64 ล้านบาท)

ภายหลังการประชุมอันเข้มข้น ทั้งธนาคาร BNI และตัวแทนจากโบสถ์ปารอกี แอค นาบารา ได้ออกมายืนยันว่าคดีดังกล่าวได้ข้อสรุปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเงินศรัทธาทั้งหมดที่ถูกยักยอกไป จะถูกส่งคืนให้แก่ศาสนิกชนอย่างครบถ้วนเต็มจำนวน สร้างความโล่งใจให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
ซิสเตอร์นาตาเลีย สิตูโมรัง ได้กล่าวแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งที่อาคารรัฐสภาในกรุงจาการ์ตา เมื่อวันอังคารที่ 21 เมษายน 2569 ว่า "อันดับแรก เราขอขอบพระคุณท่านประธานาธิบดีและเจ้าหน้าที่รัฐทุกท่านที่ได้ให้ความสนใจและเอาใจใส่อย่างยิ่งต่อศาสนิกชนของโบสถ์ปารอกี แอค นาบารา ทำให้ปัญหานี้ได้รับการแก้ไขอย่างดีเยี่ยม"
เธอกล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงซาบซึ้งว่า "ขอขอบคุณท่านดัสโกเป็นอย่างสูงที่ได้ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้เราได้มาพบปะหารือกัน ณ สถานที่แห่งนี้ในบ่ายวันนี้" การยุติคดีนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีของการประสานงานระหว่างภาครัฐ สถาบันการเงิน และองค์กรศาสนา ในการปกป้องผลประโยชน์และความเชื่อมั่นของประชาชน.
