belanegara – ดัชนีตลาดหลักทรัพย์รวมของอินโดนีเซีย (IHSG) ปิดตลาดภาคเช้าด้วยภาวะอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด โดยร่วงลง 44 จุด หรือ 0.59% มาอยู่ที่ระดับ 7,549 จุด หลังจากการประกาศของ MSCI ที่ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุน
ตั้งแต่เปิดตลาดในช่วงเช้า IHSG ก็เคลื่อนไหวอยู่ในแดนลบที่ระดับ 7,560 จุด โดยตลอดช่วงการซื้อขายภาคเช้า ดัชนีเคยขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 7,568 จุด และลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 7,511 จุด

สำหรับการซื้อขายเมื่อวันอังคารที่ 21 เมษายน 2569 ปริมาณการซื้อขายรวมอยู่ที่ 22.8 พันล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าการซื้อขาย 9.7 ล้านล้านรูเปียห์ โดยมีความถี่ในการทำธุรกรรมสูงถึง 1.5 ล้านครั้ง
ขณะที่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) อยู่ที่ประมาณ 13.4 ล้านล้านรูเปียห์ ภาพรวมการเคลื่อนไหวของหุ้นเป็นไปอย่างหลากหลาย โดยมีหุ้น 373 ตัวปรับตัวขึ้น, 315 ตัวปรับตัวลง และอีก 271 ตัวคงที่
ในกลุ่มหุ้นที่ปรับตัวขึ้นสูงสุด (Top Gainers) หุ้น Formosa Ingredient Factory (BOBA) นำโด่งด้วยการพุ่งขึ้น 34.91% ตามมาด้วย LCK Global Kedaton (LCKM) ที่ทะยานขึ้น 34.48% และ Trimitra Propertindo (LAND) ที่แข็งแกร่งขึ้น 29.17%
ส่วนหุ้นที่ปรับตัวลงลึกที่สุด (Top Losers) นำโดย Golden Flower (POLU) ที่ร่วงลง 14.95% ตามด้วย Dian Swastika Sentosa (DSSA) ที่อ่อนตัวลง 13.15% และ Winner Nusantara Jaya (WINR) ที่ปรับฐานลง 8.82%
ในด้านผลการดำเนินงานรายภาคส่วน พบว่ามีการเคลื่อนไหวแบบผสมผสาน โดยภาคพลังงานเป็นตัวฉุดหลัก ด้วยการลดลง 0.87% ขณะที่ภาคสินค้าอุปโภคบริโภคไม่คงทน (Non-Cyclical) ปรับขึ้นเล็กน้อย 0.01% และภาคสินค้าอุปโภคบริโภคคงทน (Cyclical) แข็งแกร่งขึ้น 1.53%
ภาคการเงินบันทึกการเพิ่มขึ้น 0.08% ในขณะที่ภาคโครงสร้างพื้นฐานลดลง 0.77% ในทางกลับกัน ภาคอสังหาริมทรัพย์ปรับขึ้น 0.32% และภาควัตถุดิบทำสถิติแข็งแกร่งที่สุดด้วยการเพิ่มขึ้น 2.58%
นอกจากนี้ ภาคการขนส่งยังแสดงผลงานที่เป็นบวกด้วยการเพิ่มขึ้น 1.97% ตามมาด้วยภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น 0.74% และภาคเทคโนโลยีที่แข็งแกร่งขึ้น 0.90% ส่วนภาคการดูแลสุขภาพประสบภาวะอ่อนตัวลงเล็กน้อย 0.04% รายงานจาก belanegara.co.
