belanegara – รัฐบาลอินโดนีเซียได้ดำเนินการประเมินผลผู้รับเงินช่วยเหลือทางสังคมครั้งใหญ่ และผลการประเมินชี้ให้เห็นว่ายังคงมีปัญหาการส่งความช่วยเหลือไม่ตรงกลุ่มเป้าหมายในโครงการสำคัญหลายโครงการ อาทิ โครงการครอบครัวแห่งความหวัง (PKH) และโครงการช่วยเหลือด้านปัจจัยพื้นฐาน (Sembako) ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีพของประชาชน การค้นพบนี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับปรุงข้อมูลเพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงมือผู้ที่ต้องการอย่างแท้จริง
ด้วยเหตุนี้ กระทรวงกิจการสังคม (Kemensos) จึงได้เปิดโอกาสให้ผู้ประสานงานโครงการ PKH และผู้บริหารท้องถิ่น สามารถเสนอข้อโต้แย้ง และปรับปรุงข้อมูลครัวเรือนผู้รับผลประโยชน์ (KPM) ให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในพื้นที่ ผ่านการตรวจสอบภาคสนาม (ground check) เพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้องและเป็นปัจจุบันมากที่สุด นี่ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการจัดสรรงบประมาณเพื่อสังคม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการสังคม นายไซฟุลเลาะห์ ยูซุฟ หรือ "กุส อิปุล" ได้เน้นย้ำถึงประเด็นนี้เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน 2569 ว่า "เราเปิดโอกาสให้ผู้ประสานงาน PKH ได้เสนอ คัดค้าน และให้ข้อมูลต่างๆ เพื่อให้สำนักงานสถิติแห่งชาติ (BPS) สามารถแก้ไขและปรับปรุงข้อมูลได้ถูกต้อง ดังนั้น หน้าที่ของคุณคือช่วยในการปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน ส่วนผู้แก้ไขข้อมูลหลักยังคงเป็น BPS" คำกล่าวนี้ตอกย้ำถึงบทบาทสำคัญของทุกภาคส่วนในการร่วมมือกัน
เขายังแสดงความหวังว่า การประสานงานเพื่อปรับปรุงข้อมูลระหว่างรัฐบาลกลาง หน่วยงานท้องถิ่น และประชาชน จะช่วยให้การจัดสรรเงินช่วยเหลือทางสังคมเป็นไปอย่างตรงกลุ่มเป้าหมายและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนผู้ด้อยโอกาส
"อินชาอัลเลาะห์ หากเราทุกคนร่วมมือกันปรับปรุงข้อมูล เงินช่วยเหลือทางสังคมและเงินอุดหนุนต่างๆ จะเข้าถึงผู้ที่ต้องการอย่างแท้จริง" กุส อิปุล กล่าวทิ้งท้าย ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาและสร้างระบบสวัสดิการสังคมที่เข้มแข็งและยั่งยืน.
