belanegara – อาร์เซนอล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งพรีเมียร์ลีกอังกฤษ สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับสโมสรด้วยการผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้สองฤดูกาลติดต่อกันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แม้จะทำได้เพียงเสมอกับ สปอร์ติง ลิสบอน 0-0 ในเลกที่สองของรอบก่อนรองชนะเลิศที่เอมิเรตส์ สเตเดียม เมื่อคืนที่ผ่านมา แต่ด้วยผลการแข่งขันที่ยอดเยี่ยมจากเลกแรกที่ลิสบอน ทำให้ "ปืนใหญ่" ตีตั๋วผ่านเข้ารอบต่อไปได้อย่างไร้ข้อกังขา
เกมการแข่งขันในค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยความระมัดระวังจากทั้งสองฝ่าย โอกาสในการทำประตูที่ชัดเจนมีไม่มากนัก โดยทั้งสองทีมต่างมีจังหวะยิงชนเสาหรือคานไปคนละครั้ง ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าเกมรับของทั้งคู่ต่างทำหน้าที่ได้อย่างแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม การรักษาคลีนชีทในบ้านได้สำเร็จ ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้อาร์เซนอลสามารถรักษาสกอร์รวมที่ได้เปรียบจากเลกแรกไว้ได้จนจบเกม

แม้สถิติจะบ่งชี้ว่าอาร์เซนอลมักจะผ่านเข้ารอบได้เสมอเมื่อบุกไปชนะในเลกแรกของรอบน็อกเอาต์ฟุตบอลยุโรป (19 จาก 20 ครั้ง) แต่เกมนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ตั้งแต่เริ่มเกม อาร์เซนอลพยายามเปิดเกมรุกด้วยความเข้มข้นและรวดเร็ว ทว่ากลับเป็นทีมเยือน สปอร์ติง ที่สร้างสรรค์โอกาสได้น่ากลัวกว่าในช่วง 45 นาทีแรก ฟรานซิสโก ตรินเกา และวิคเตอร์ เกียวเคเรส ต่างมีโอกาสยิงแต่บอลยังไม่เข้ากรอบ ขณะที่จังหวะวอลเลย์ของ เกนี คาตาโม ก่อนหมดครึ่งแรกก็พุ่งชนเสาอย่างจัง สร้างความหวาดเสียวให้กับแฟนบอลเจ้าบ้านเป็นอย่างมาก
หลังรอดพ้นจากการเสียประตูในช่วงครึ่งแรก อาร์เซนอลกลับมาลงสนามด้วยความกระหายมากขึ้นในครึ่งหลัง โดยเฉพาะในช่วง 11 นาทีแรก มีโอกาสจาก เอเบเร เอเซ และ กาเบรียล มาร์ติเนลลี แต่ยังไม่ตรงกรอบ รวมถึงลูกยิงของ โนนี มาดูเอเก ที่เฉี่ยวข้างตาข่ายไปอย่างน่าเสียดาย หลังจากนั้น เกมก็กลับมาอยู่ในจังหวะที่ช้าลง สปอร์ติงเล่นอย่างระมัดระวังเพราะการเสียประตูเพียงลูกเดียวอาจหมายถึงการตกรอบ ขณะที่อาร์เซนอลเน้นการรักษาสกอร์รวมที่นำอยู่ ช่วงท้ายเกม เลอันโดร ทรอสซาร์ด เกือบจะปิดเกมได้ด้วยลูกโหม่งจากลูกเตะมุมของ เดแคลน ไรซ์ แต่บอลกลับพุ่งชนเสาอย่างจัง ก่อนที่ สปอร์ติง จะมีโอกาสตอบโต้ครั้งสุดท้ายจากลูกยิงของ ชูเอา ซิโมเอส ที่เฉี่ยวข้างตาข่ายออกไป
เสียงนกหวีดยาวดังขึ้น เป็นการยืนยันว่า "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ได้ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศของการแข่งขันสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรปเป็นครั้งที่สี่ในประวัติศาสตร์สโมสร โดยพวกเขาจะต้องโคจรไปพบกับ "ตราหมี" แอตเลติโก มาดริด ยักษ์ใหญ่จากสเปนในรอบต่อไป ซึ่งรับประกันความมันส์อย่างแน่นอน
สำหรับโปรแกรมการแข่งขันถัดไป อาร์เซนอลมีคิวลงสนามทำศึกสำคัญกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในวันอาทิตย์นี้ เพื่อชิงตำแหน่งจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก ก่อนจะเปิดบ้านรับการมาเยือนของนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ในวันเสาร์ที่ 25 เมษายน และจะเดินทางไปสเปนเพื่อลงเล่นเลกแรกของรอบรองชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก กับแอตเลติโก มาดริด ในวันพุธที่ 29 เมษายน

