belanegara – นายบาห์ลิล ลาฮาดาเลีย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและทรัพยากรธรณี (ESDM) ได้ตอกย้ำถึงพันธกิจอันแน่วแน่ของรัฐบาลอินโดนีเซียในการขับเคลื่อนการทูตด้านพลังงาน เพื่อธำรงไว้ซึ่งเสถียรภาพของการจัดหาพลังงานภายในประเทศอย่างยั่งยืน ท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลก รัฐบาลได้เร่งแสวงหากลยุทธ์เชิงรุก โดยหนึ่งในก้าวสำคัญคือการเปิดฉากสำรวจแนวทางความร่วมมือกับรัสเซีย ซึ่งเป็นมหาอำนาจด้านพลังงานระดับโลก
ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นระหว่างที่นายบาห์ลิลได้ร่วมคณะติดตามการเยือนกรุงมอสโกของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต เพื่อเข้าร่วมการประชุมทวิภาคีกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ณ พระราชวังเครมลิน เมื่อวันจันทร์ที่ 13 เมษายน 2569 ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งนับเป็นการพบปะครั้งสำคัญที่ทั่วโลกจับตา

นายบาห์ลิลเปิดเผยว่า การหารือระหว่างสองผู้นำระดับสูงครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อผลักดันความร่วมมือด้านพลังงานให้เป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง โดยยึดผลประโยชน์แห่งชาติเป็นสำคัญ การเจรจามุ่งเน้นไปที่การสร้างหลักประกันด้านการจัดหาพลังงานที่มั่นคง รวมถึงการกระตุ้นและส่งเสริมการลงทุนในภาคส่วนพลังงานของอินโดนีเซีย
"การเยือนครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่จะช่วยยืนยันว่าการจัดหาพลังงานของประเทศยังคงดำรงอยู่อย่างมั่นคง และเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับความมั่นคงทางพลังงานของชาติในระยะยาว" นายบาห์ลิลกล่าวย้ำจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย ถ้อยคำดังกล่าวถูกเผยแพร่ในแถลงการณ์จากกรุงจาการ์ตา เมื่อวันอังคารที่ 14 เมษายน 2569
นายบาห์ลิลเน้นย้ำว่า รัฐบาลจะยังคงเดินหน้าติดตามและผลักดันการนำโอกาสความร่วมมือต่าง ๆ ที่ได้หารือกันมาแปลงให้เป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด ซึ่งครอบคลุมถึงการพัฒนาโรงกลั่นน้ำมัน การเสริมสร้างความร่วมมือทางการค้าด้านน้ำมัน และการยกระดับการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีพลังงานที่ทันสมัย
นอกจากนี้ ในระยะยาว อินโดนีเซียยังได้เปิดประตูสู่โอกาสในการร่วมมือในภาคส่วนพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามเชิงกลยุทธ์ที่มุ่งเป้าไปที่การสนับสนุนการกระจายความหลากหลายของแหล่งพลังงาน เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับระบบพลังงานของประเทศ
