belanegara – การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งคริปโตเคอร์เรนซี กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้ในภูมิทัศน์ทางการเงินยุคใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนรุ่นใหม่ในอินโดนีเซีย ผลการศึกษาจากสถาบันวิจัยเศรษฐกิจและสังคม คณะเศรษฐศาสตร์และธุรกิจ มหาวิทยาลัยอินโดนีเซีย (LPEM FEB UI) ที่คาดการณ์ไว้ในปี 2568 ชี้ชัดว่า ผู้ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลส่วนใหญ่มีอายุต่ำกว่า 35 ปี ซึ่งตอกย้ำบทบาทสำคัญของคนกลุ่มนี้ในการขับเคลื่อนระบบนิเวศทางการเงินดิจิทัลของประเทศในอนาคตอันใกล้
ในบริบทของการเติบโตอย่างรวดเร็วนี้ การตระหนักรู้ด้านความรู้ทางการเงินจึงเป็นหัวใจสำคัญ เพื่อให้การพัฒนาดำเนินไปได้อย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นอันดับแรก

นายอาดี บูเดียร์โซ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายกำกับดูแลนวัตกรรมเทคโนโลยีภาคการเงิน สินทรัพย์ทางการเงินดิจิทัล และสินทรัพย์คริปโต ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (OJK) ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการรู้เท่าทันในการทำธุรกรรมสินทรัพย์คริปโตฯ ระหว่างการให้ความรู้แก่นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์และธุรกิจ มหาวิทยาลัยอินโดนีเซีย (FEB UI)
"ภารกิจหลักของพวกเราทุกคนในที่นี้ ทั้งในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล ผู้ประกอบการ และนักวิชาการ ไม่ใช่แค่การเร่งรัดการยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลเท่านั้น" นายอาดีกล่าวในแถลงการณ์ที่กรุงจาการ์ตา เมื่อวันเสาร์ที่ 11 เมษายน 2569 "แต่ต้องมั่นใจว่าผู้บริโภคไม่ได้เพียงแค่ตามกระแสหรือถูกขับเคลื่อนด้วยความกลัวที่จะพลาด (FOMO) และต้องได้รับการคุ้มครองที่เพียงพอ เราไม่ต้องการให้ตลาดกลายเป็นเวทีของการเก็งกำไรล้วนๆ ที่ผู้คนหลงใหลไปกับเรื่องเล่าของการรวยเร็ว โดยไม่เข้าใจถึงความเสี่ยงที่มาพร้อมกัน"
นายอาดีเน้นย้ำถึงจุดยืนที่ชัดเจนว่า ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ควรเป็นเพียงสนามประลองของการเก็งกำไร ที่ดึงดูดผู้คนด้วยคำมั่นสัญญาว่าจะรวยทางลัด โดยปราศจากความเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงความเสี่ยงและกลไกที่แท้จริง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ belanegara.co ได้ติดตามและนำเสนอมาโดยตลอด เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สาธารณชน.