belanegara – กรุงจาการ์ตาเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในภาคการขนส่ง โดยมีเป้าหมายที่จะพลิกโฉมย่านประวัติศาสตร์โกตาตูวา (Kota Tua) ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ด้วยโครงการรถไฟฟ้า MRT ที่จะขยายเส้นทางไปถึงใจกลางเมืองเก่าแห่งนี้ กำหนดแล้วเสร็จภายในปี 2572 (ค.ศ. 2029) การมาถึงของระบบขนส่งมวลชนที่ทันสมัยนี้ คาดว่าจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งนี้ได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น ผู้ว่าการกรุงจาการ์ตา นายปราโมโน อานุง ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของโครงการนี้ โดยระบุว่า "MRT คือตัวเปลี่ยนเกมสำหรับโกตาตูวา เมื่อ MRT สร้างเสร็จสมบูรณ์ถึงโกตาตูวาในปี 2572 พื้นที่แห่งนี้จะแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง"
ด้วยวิสัยทัศน์ดังกล่าว รัฐบาลท้องถิ่นกรุงจาการ์ตา (Pemprov DKI) จึงได้วางแผนที่จะดำเนินการฟื้นฟูและปรับปรุงภูมิทัศน์ของย่านโกตาตูวาอย่างครอบคลุม เพื่อรองรับการเติบโตและการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น นายปราโมโนกล่าวเสริมว่า "เราได้เตรียมแนวคิดการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน (TOD) สำหรับโกตาตูวาไว้ตั้งแต่ตอนนี้แล้ว รวมถึงการเข้าถึงการคมนาคมที่สะดวกสบาย" ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์พื้นที่ที่ผสมผสานการใช้ชีวิต การทำงาน และการเดินทางเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

นอกจากโครงการ MRT แล้ว รัฐบาลท้องถิ่นกรุงจาการ์ตายังเร่งพัฒนาบริการรถไฟฟ้า KRL คอมมิวเตอร์ไลน์แบบใช้ไฟฟ้า เพื่อเชื่อมโยงไปยังพื้นที่โกตาตูวาด้วยเช่นกัน โครงการนี้เป็นการใช้ประโยชน์จากเส้นทางรถไฟเก่าที่เคยใช้งานไม่เต็มศักยภาพ โดยนำมาปรับปรุงและติดตั้งระบบไฟฟ้า นายปราโมโนคาดการณ์ว่า "หวังว่าโครงการนี้จะแล้วเสร็จภายในปีนี้" ซึ่งจะเชื่อมต่อจากโกตาตูวา ไปยังตันจุงปรีอ็อก (Tanjung Priok) และสนามกีฬาแห่งชาติจาการ์ตา (JIS)
นายปราโมโนย้ำชัดว่า โครงการ KRL นี้ไม่ใช่การก่อสร้างเส้นทางใหม่ แต่เป็นการยกระดับและเปลี่ยนระบบจากรถไฟที่ไม่ได้ใช้ไฟฟ้ามาเป็นระบบไฟฟ้า ซึ่งจะส่งผลให้การขนส่งในพื้นที่ทางตอนเหนือของจาการ์ตาเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ "นี่ไม่ใช่การก่อสร้างใหม่ แต่เป็นการใช้ประโยชน์จากเส้นทางรถไฟที่ไม่ได้ใช้ไฟฟ้าให้กลายเป็นระบบไฟฟ้า ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงการคมนาคมในพื้นที่ทางตอนเหนืออย่างมีนัยสำคัญ" เขากล่าวปิดท้าย ความร่วมมือระหว่างโครงการ MRT และ KRL นี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนจาการ์ตาให้เป็นมหานครที่ทันสมัย มีระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพ และยั่งยืน