รูปเกมเป็นไปอย่างสูสีและตึงเครียดตั้งแต่ต้นจนจบ โดยเฉพาะในช่วง 15 นาทีแรกที่ทั้งสองทีมต่างมีโอกาสลุ้นทำประตู และลูกบอลพุ่งชนคานถึงสองครั้ง ดาบิด รายา ผู้รักษาประตูของอาร์เซนอล โชว์ฟอร์มเซฟสำคัญ ปัดป้องลูกยิงอันตรายที่พุ่งตรงกรอบจนไปชนคาน ขณะที่ลูกเตะมุมของ โนนี่ มาดูเอเก้ ก็พุ่งชนเสาประตูเช่นกัน หลังจากช่วงต้นเกมที่ดุเดือด ทั้งสองทีมต่างประสบปัญหาในการสร้างสรรค์โอกาสที่ชัดเจนตลอดครึ่งแรก
เข้าสู่ครึ่งหลัง มาร์ติน ซูบิเมนดี้ ของสปอร์ติง เกือบได้เฮเมื่อเขายิงประตูเข้าไปได้ แต่ถูก VAR ปฏิเสธในเวลาต่อมา เนื่องจาก วิคเตอร์ กียอเคเรส อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าในจังหวะก่อนหน้านั้น

และแล้วประตูชัยที่ทุกคนรอคอยก็มาถึงในช่วงท้ายเกม กาเบรียล มาร์ติเนลลี บรรจงจ่ายบอลอย่างแม่นยำเข้ากลางกรอบเขตโทษ และเป็น ไค ฮาแวร์ตซ์ ที่จัดการส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายอย่างเยือกเย็น ทำให้อาร์เซนอลคว้าชัยชนะอันล้ำค่ากลับบ้านได้สำเร็จ
เกมดวลเดือด ลูกชนคานไปมา
สิบนาทีแรกของเกมส่วนใหญ่เน้นไปที่การครองบอลในแดนตัวเองโดยไม่มีการบุกขึ้นหน้าอย่างมีนัยสำคัญ โอกาสแรกที่เป็นอันตรายกลับมาจากเจ้าบ้าน เมื่อ อูสมาน ดิโอม็องเด้ วางบอลยาวแม่นยำไปทางซ้ายให้ แม็กซี่ อเราโฮ ลากบอลเข้ากรอบเขตโทษและซัดเต็มข้อ แต่ ดาบิด รายา ใช้ปลายนิ้วปัดบอลไปชนคานอย่างเหลือเชื่อ ก่อนที่ วิลเลียม ซาลิบา จะเคลียร์บอลทิ้งไปได้
อเราโฮ ยังคงเป็นตัวอันตรายเมื่อเขาลองยิงจากระยะประมาณ 18 หลา แต่บอลเฉี่ยวคานออกไปอย่างน่าเสียดาย ขณะที่ เกนี่ คาตาโม ก็บังคับให้ รายา ต้องออกแรงเซฟที่เสาใกล้
ทีมเยือนเริ่มพยายามครองเกม มาดูเอเก้ เลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งและส่งบอลเรียดเข้ากรอบเขตโทษให้ กียอเคเรส แต่กองหน้าชาวสวีเดนรายนี้พลาดโอกาสเพราะถูกประกบติด ก่อนที่จะส่งบอลให้ เลอันโดร ทรอสซาร์ด ไม่นานหลังจากนั้น ลูกฟรีคิกโค้งๆ ของ มาร์ติน โอเดการ์ด นำไปสู่ลูกเตะมุมแรก และจากสถานการณ์นั้น มาดูเอเก้ ก็เกือบทำประตูได้อีกครั้งเมื่อยิงชนคาน ส่วนลูกยิงซ้ำของ โอเดการ์ด ก็หลุดกรอบไป
ประตูของ ซูบิเมนดี้ ถูก VAR ปฏิเสธ
โอกาสส่วนใหญ่ในครึ่งแรกเกิดขึ้นในช่วง 15 นาทีแรก เมื่อเข้าสู่ครึ่งหลัง ความเข้มข้นของโอกาสยังคงมีน้อย โอเดการ์ด มีโอกาสยิงฟรีคิกที่พุ่งตรงกรอบ แต่ถูก รุย ซิลวา ปัดออกไปได้ ขณะที่ ตรินเกา พลาดโอกาสทองเมื่ออยู่ในตำแหน่งที่ค่อนข้างเปิด
กลางครึ่งหลัง ลูกบอลเข้าไปตุงตาข่ายจากการยิงของ ซูบิเมนดี้ จากนอกกรอบเขตโทษที่พุ่งเสียบมุมล่าง แต่ประตูนั้นถูกปฏิเสธหลังจาก VAR ตรวจสอบแล้วพบว่า กียอเคเรส อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าในจังหวะก่อนหน้านั้น อย่างไรก็ตาม แรงกดดันต่อตัวแทนจากโปรตุเกสก็เริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ประตูชัยช่วงทดเจ็บของ ฮาแวร์ตซ์
เกมนี้ถูกคาดการณ์ไว้ตั้งแต่แรกว่าจะยากลำบาก เนื่องจากเจ้าบ้านมีฟอร์มที่น่าประทับใจ ด้วยสถิติไร้พ่ายในบ้านในรายการยุโรปฤดูกาลนี้ รวมถึงการเอาชนะแชมป์เก่ามาได้ พวกเขายังมีสถิติชนะรวดหลายนัดในรังเหย้าของตัวเอง
ในช่วง 15 นาทีสุดท้าย มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีม ได้ทำการปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยส่ง แม็กซ์ ดาวแมน และ กาเบรียล มาร์ติเนลลี ลงสนามเพื่อเพิ่มมิติในเกมรุก มาร์ติเนลลี ได้ลองยิงลูกเรียดทดสอบผู้รักษาประตู ขณะที่ รายา ก็ยังคงต้องออกแรงเซฟสำคัญสองครั้งที่เสาใกล้
และแล้วประตูที่รอคอยก็มาถึงในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ มาร์ติเนลลี ส่งบอลเข้ากลางกรอบเขตโทษ ซึ่ง ไค ฮาแวร์ตซ์ จัดการจบสกอร์ได้อย่างเยือกเย็น เปลี่ยนโอกาสนั้นให้เป็นประตูชัยได้สำเร็จ
ชัยชนะแบบหวุดหวิดนี้ทำให้อาร์เซนอลกุมความได้เปรียบเล็กน้อยก่อนการแข่งขันเลกที่สองในสัปดาห์หน้า โดยมีเป้าหมายที่จะผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศเป็นครั้งแรกติดต่อกัน
โปรแกรมถัดไป
เลกที่สองจะจัดขึ้นที่เอมิเรตส์ สเตเดียม ในสัปดาห์หน้า เพื่อตัดสินทีมที่จะผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศไปพบกับผู้ชนะระหว่าง แอตเลติโก มาดริด หรือ บาร์เซโลนา ก่อนหน้านั้น อาร์เซนอลจะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ บอร์นมัธ ในศึกพรีเมียร์ลีก วันเสาร์หน้า เวลา 18.30 น. ตามเวลาประเทศไทย
