belanegara – กรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของอินโดนีเซีย ได้สร้างความประหลาดใจให้กับวงการเศรษฐกิจอีกครั้ง ด้วยการบันทึกภาวะเงินฝืดที่ 0.23% (เมื่อเทียบเดือนต่อเดือน) ในเดือนมกราคม 2569 ซึ่งเป็นการพลิกกลับจากภาวะเงินเฟ้อ 0.33% ที่เคยเกิดขึ้นในเดือนก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง การลดลงของราคาสินค้าและบริการในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่อยู่ภายใต้การควบคุมในช่วงต้นปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการลดลงของราคาอาหารและค่าโดยสารการขนส่ง
ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติอินโดนีเซีย (BPS) ยืนยันว่า อัตราเงินฝืดของจาการ์ตานั้นลึกกว่าอัตราเงินฝืดระดับประเทศ ซึ่งอยู่ที่ 0.15% (เมื่อเทียบเดือนต่อเดือน) อย่างมีนัยสำคัญ แสดงให้เห็นถึงปัจจัยเฉพาะในพื้นที่เมืองหลวงที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงราคาอย่างชัดเจน

กลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม และยาสูบ ถือเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้เกิดภาวะเงินฝืดในครั้งนี้ โดยมีราคาลดลงถึง 1.57% (เมื่อเทียบเดือนต่อเดือน) หลังจากที่เคยเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อ 1.07% ในช่วงก่อนหน้า การปรับลดลงของราคาดังกล่าวมีสาเหตุหลักมาจากการมีผลผลิตพืชสวนจำนวนมากเข้าสู่ตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งพริกแดง พริกขี้หนู และหอมแดง ซึ่งเป็นผลมาจากการเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวอย่างเต็มที่ ทำให้ปริมาณสินค้าล้นตลาดและราคาปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด
สถานการณ์เงินฝืดในจาการ์ตาครั้งนี้ จึงเป็นทั้งข่าวดีสำหรับผู้บริโภคที่กำลังจะได้จับจ่ายใช้สอยด้วยราคาที่ถูกลง และเป็นสัญญาณที่ต้องจับตาสำหรับผู้กำหนดนโยบายเศรษฐกิจ ว่าภาวะเงินฝืดนี้เป็นเพียงชั่วคราวจากการผลิตที่ล้นตลาด หรือเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการชะลอตัวของอุปสงค์ในภาพรวม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาวต่อไป belanegara.co จะติดตามสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด เพื่อนำเสนอข้อมูลเชิงลึกและบทวิเคราะห์ต่อไปถึงผลกระทบต่อภาคธุรกิจและชีวิตประจำวันของชาวจาการ์ตา.