belanegara – ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (Bank Indonesia – BI) ได้ออกมาชี้แจงถึงขั้นตอนการทำลายธนบัตรที่หมดอายุการใช้งาน หรือไม่เหมาะสมสำหรับการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ หลังจากเกิดกระแสฮือฮาจากคลิปวิดีโอที่เผยให้เห็นถุงบรรจุธนบัตรฉีกขาดจำนวนมากถูกทิ้งในพื้นที่ทิ้งขยะผิดกฎหมาย ณ หมู่บ้านตมาน ราฮายู เขตเซตู เมืองเบกาซี
การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามพระราชบัญญัติว่าด้วยเงินตรา ฉบับที่ 7 ปี 2011 ซึ่งให้อำนาจ BI ในการทำลายธนบัตรที่ไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นธนบัตรที่เก่าทรุดโทรม มีตำหนิ ชำรุดเสียหาย หรือธนบัตรที่ถูกเรียกคืนจากการหมุนเวียนในตลาดแล้ว

นายรัมดาน เดนนี ปราโกโซ หัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กรของ BI ได้เปิดเผยว่า "การทำลายธนบัตรรูเปียห์นั้น จะดำเนินการด้วยการหลอมละลาย หรือวิธีการอื่นใดที่ทำให้ธนบัตรนั้นไม่เหลือสภาพเป็นเงินรูเปียห์อีกต่อไป"
กระบวนการทำลายธนบัตรเหล่านี้จะเกิดขึ้นภายในสำนักงานของ BI เอง ก่อนที่จะถูกนำไปกำจัดยังสถานที่กำจัดขยะมูลฝอย (TPA) อย่างเป็นทางการ ซึ่งบริหารจัดการโดยหน่วยงานท้องถิ่น ธนาคารกลางอินโดนีเซียยืนยันว่าทุกขั้นตอนของการทำลายนั้นเป็นไปตามระเบียบปฏิบัติ มีการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด และสามารถตรวจสอบความโปร่งใสได้
ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา BI ได้ริเริ่มโครงการ "เปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน" (waste to energy) และ "เปลี่ยนขยะเป็นผลิตภัณฑ์" (waste to product) สำหรับเศษธนบัตรที่ถูกทำลาย การนำแนวคิด waste to energy มาใช้ ได้แก่ การร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อใช้เศษธนบัตรเหล่านี้เป็นเชื้อเพลิงทางเลือกสำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานไอน้ำ เช่นในพื้นที่ชวาตะวันตก
นายรัมดานยังกล่าวเสริมว่า "BI ยังได้นำหลักการ waste to product มาประยุกต์ใช้ เช่น การนำเศษธนบัตรมาแปรรูปเป็นของที่ระลึกอย่างเหรียญที่ระลึก ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วในหลายพื้นที่ รวมถึงเกาะบาหลี"
เหตุการณ์ที่ชาวบ้านในหมู่บ้านตมาน ราฮายู ต้องตกตะลึงกับการพบธนบัตรรูเปียห์ฉีกขาด ทั้งชนิดราคา 50,000 และ 100,000 รูเปียห์ ถูกทิ้งเกลื่อนในพื้นที่ทิ้งขยะผิดกฎหมายนั้น จึงเป็นที่มาของการชี้แจงจากธนาคารกลางในครั้งนี้