belanegara – การนำหลักการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) มาปรับใช้ ได้กลายเป็นมาตรฐานสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในปัจจุบัน ท่ามกลางกระแสความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากลูกค้าทั่วโลกในด้านความโปร่งใสและความยั่งยืน การประเมินความยั่งยืนในระดับสากลสะท้อนให้เห็นถึงการยกระดับการดำเนินงานด้าน ESG อย่างมีนัยสำคัญ ครอบคลุมตั้งแต่แนวนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชน จริยธรรม ไปจนถึงการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน
นายอมร เฟอร์นันเดส กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอล อินโฟเทค โซลูชั่น (Global Infotech Solution) ได้กล่าวเมื่อวันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า "ESG ไม่ได้เป็นเพียงแค่จุดเด่นที่สร้างความแตกต่างอีกต่อไปแล้ว แต่ได้กลายเป็น ‘ข้อกำหนดเบื้องต้น’ ที่จำเป็นสำหรับการอยู่รอดและความน่าเชื่อถือในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี การประเมินความยั่งยืนจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้มั่นใจว่าการเติบโตของธุรกิจจะดำเนินไปพร้อมกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม"

สำหรับกรอบการประเมิน ESG ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีนั้น ครอบคลุมประเด็นหลักๆ ได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชน ด้านจริยธรรม และด้านการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน การประเมินเหล่านี้สะท้อนถึงความสม่ำเสมอของบริษัทในการสร้างธรรมาภิบาลและการดำเนินงานที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
ด้วยเหตุที่ ESG กลายเป็นข้อกำหนดสำคัญในระดับโลก บริษัทเทคโนโลยีในอินโดนีเซียจึงเร่งเสริมสร้างความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนผ่านโครงการริเริ่มต่างๆ ทั่วทั้งองค์กร ตั้งแต่การส่งเสริมให้คณะผู้บริหารหันมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น การนำหลักการความหลากหลาย ความเสมอภาค และการไม่แบ่งแยก (Diversity, Equity, and Inclusion – DEI) มาปรับใช้ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยการปลูกป่าชายเลน ไปจนถึงโครงการจัดการและรีไซเคิลของเสียจากการดำเนินงาน รวมถึงการสนับสนุนการศึกษาในสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ รายงานข่าวโดย belanegara.co